Friday, February 1, 2008

ม่ะ..มาหาเพื่อนฝึกออกกำลังกายกันเถอะ...

บทความนี้ อ่านครั้งแรกแล้วก็โดน ทำให้นึกถึงตัวผู้แปลเอง

เนื่องจากว่าเมื่ออดีตกาลก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนสถานที่เล่นฟิตเนสนั้น ก็จะประมาณว่า ทุกวันศุกร์เรากับเพื่อนคู่หู นามว่า "เจี๊ยบ" มักจะมาออกกำลังกายด้วยกันอยู่เสมอ

แต่พอเราเปลี่ยนสถานที่เล่นฟิตเนส เพราะว่ามันใกล้ที่ทำงานกว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ก็เลยทำให้ต้องฝึกคนเดียว มันก็เลยทำให้คิดถึงเพื่อนคนนี้อยู่เหมือนกัน เพราะเวลามีเพื่อนฝึกด้วย มันจะเวิร์คกว่าเยอะ จะคอยนึก คอยหาท่าทางการบริหารกันอยู่เสมอ ๆ ผลัดกันดูว่าที่พวกเราฝึกกันอยู่น่ะ ถูกมั้ย ใช้ได้หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ หรือสงสัยอะไร ก็จะพากันถามเทรนเนอร์ ซึ่งมันดูมีประโยชน์มาก

ก็ทำให้คิดถึงน่ะนะ ก็เลยลองแปลมาให้อ่านกัน...

การมีเพื่อนฝึกออกกำลังกายนั้น นับว่าเป็นสิ่งดี การที่คนสองคนมีความต้องการเดียวกัน เข้าใจกัน และคิดเหมือนกันนั้น ที่สุดมันก็จะพัฒนาจนกลายเป็นเพื่อนสนิทมิตรสหายกันในที่สุด

นอกจากนี้คุณยังช่วยเหลือ ให้กำลังใจกันและกัน จากความเป็นจริงที่ว่า เราต่างประสบกับปัญหาที่ว่าความสามารถในการออกกำลังกายของเรานั้นจำกัด เต็มที่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ (ตามที่คุณคิด) แต่เพื่อนของคุณ สามารถช่วยให้คุณพัฒนาการฝึกต่อไปได้อีก

พูดอีกอย่างก็คือสองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว คุณสามารถช่วยเหลือกันในสิ่งที่ต่างคนต่างขาดทักษะ มันเหมือนกับว่าคุณมีมันสมองที่สองที่ช่วยสะกิดต่อมความรู้ของคุณให้เพิ่มพูนได้มากขึ้นไปอีก

การมีเพื่อนออกกำลังกาย ถือเป็นกำไรอย่างหนึ่ง เมื่อคนใดคนหนึ่งรู้สึกท้อและอยากเลิก คุณสามารถให้กำลังใจกันและกันได้ กำลังใจที่คุณได้รับจากเพื่อนช่วยแก้ปัญหาของคุณได้ในระดับหนึ่ง

ข้อดีอีกข้อก็คือ เพื่อนของคุณช่วยเตือนความจำถึงความต้องการในการออกกำลังกายของคุณ มันเหมือนกับเสียงเล็ก ๆ ในหูที่คอยกระตุ้นเตือนถึงสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เสมอ

เฮ้อ...แปลแล้ว อ่านแล้ว ก็คิดถึงเพื่อนชะมัด อ้อ...ขอเพิ่มอีกสักหน่อยว่า บทความนี้แปลมาจาก ezinearticles.com เช่นเคยนะจ๊ะ

Friday, January 25, 2008

มาทำความรู้จักกับ Pilates กันเถอะพวกเรา...

พูดถึง Pilates แล้ว ช่วงที่เข้ามาเล่นฟิตเนสใหม่ ๆ ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็ลองเข้าคลาสดู ปรากฎว่าเป็นการบริหารร่างกายประเภทหนึ่ง ที่เน้นส่วนกลางของลำตัว แล้วจะมีการยืดเหยียด ประมาณนั้น

พอฝึก ๆ ไป ปรากฎว่าติดใจแฮะ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ค่อนข้างจะชอบเล่น ABS อยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังชอบความเจ็บปวด (พอควร) อีกด้วย (มิใช่ซาดิสต์ แต่ประมาณว่าถ้าเจ็บปวด (พอควร) แล้ว จะรู้สึกว่าโดน ทำนองนั้น) ก็เลยลองแปลบทความนี้ (ในเว๊ปโปรดอีกแล้ว -ezinearticle.com-) เผื่อคนที่บังเอิญ หรือจงใจก็ตาม เข้ามาอ่าน จะได้หัดฝึก หัดเล่น กันไป ติดใจหรือไม่ติดใจก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล

Pilates พัฒนาขึ้นในช่วงปี 1920’s โดยชายชาวเยอรมันนาม Joseph H. Pilates เป็นการบริหารร่างกายด้วยการควบคุมการเคลื่อนไหวทั้งร่างกายและจิตใจ พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ของเขาในด้านโยคะ การฝึกสมาธิแบบเซน ศิลปะการต่อสู้ และเทคนิคการบริหารร่างกายด้านอื่นๆ

ในระยะแรกเทคนิคนี้มีชื่อเสียงกันมากในวงการนักเต้นรำอาชีพ เช่น Martha Graham และ George Balanchine พบว่าเทคนิคนี้ช่วยให้การเคลื่อนไหวในการเต้นรำพลิ้วมากขึ้น ต่อจากนั้น Winsor, Peak และ Zone ได้ทำการพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ ๆ ขึ้นมา ก่อตั้งโรงเรียน โดยยังยึดวิธีการดั้งเดิมที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรก

รูปแบบของการบริหารร่างกายนี้ ไม่ได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่กลับทำให้กล้ามเนื้อเกิดการยืดเหยียด กระชับ แข็งแรงขึ้น

ประโยชน์ของ Pilates นั้นมีมากมาย ด้วยการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง สามารถควบคุมได้ และเห็นประโยชน์ได้อย่างชัดเจน จุดหมายหลักนั้นก็เพื่อให้ร่างกายส่วนลำตัว (สะโพก หลัง และหน้าท้อง) แข็งแรง ซึ่งเป็นประโยชน์กับการช่วยพยุงกระดูกสันหลัง

นอกจากนี้การฝึก Pilates ยังช่วยลดอาการตึงเครียด เพิ่มพลัง ทำให้การเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นดีขึ้น จิตใจผ่อนคลายและบุคลิกท่าทางดีขึ้น

Thursday, January 24, 2008

ว่าด้วยเรื่องของมวลกระดูก

เมื่อกลางเดือน มค. 51 ที่ผ่าน มีโอกาสได้พบคุณหมอที่รู้จัก แกชักชวนให้เราเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในงานวิจัยของแก เป็นโครงการวิจัยเกี่ยวผลระยะยาวของยาชนิดหนึ่งที่มีต่อมวลกระดูกของหญิงไทย (ใจกล้า)

หะแรก ที่แกชักชวน เราก็ประมาณว่าอิดออด อ้างว่า ไม่มีเวลาน่ะคุณหมอ ต้องไปทำธุระที่อื่น
แต่พอคุณหมอบอกว่า…ให้ค่าตอบแทนเป็นค่าเดินทาง 200 บาทนะ ว่าไง
เราก็เลยต้องจำยอมด้วยเงินจำนวนเท่านี้ เพราะมันสามารถประทังชีวิตเราไปได้อีก 1 วัน
เราก็เลย โอเคค่ะ คุณหมอ โอเค โอเค


ซึ่งคนที่จะเข้าโครงการนี้ก็จะต้อง
1. เป็นหญิงไทย (ใจกล้า) วัยก่อนหมดระดู
2. อายุประมาณ 20-50 ปี
3. ไม่มีโรคหรือสาเหตุอื่นที่อาจทำให้มวลกระดูกลดลงในระยะเวลา 3 ปีก่อน ได้แก่ โรคของต่อมไทรอยด์ โรคไต โรคตับ โรคของระบบทางเดินอาหาร
4. ไม่เคยได้รับยาหรือสารที่ผลต่อมวลกระดูกแคลเซียม หรือฟอสฟอรัสต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน ได้แก่ แคลเซียม วิตามินดี ไทรอยด์ฮอร์โมน สารสเตอรอยด์ ฮอร์โมนเพศ แคลซิโตนิน บิสฟอสโฟเนต พาร์ราไทรอยด์ฮอร์โมน และยาขับปัสสาวะ
5. ไม่มีภาวะต่าง ๆ ที่มีผลต่อมวลกระดูก แคลเซียม หรือ ฟอสฟอรัสในระยะเวลา 3 ปีก่อน ได้แก่ วัยหลังหมดระดู (วัยทอง) ขาดระดู น้ำหนักตัวน้อย – เห็นมั้ยว่าน้ำหนักตัวน้อย ใช่ว่าจะดีเสียเมื่อไหร่ NaaToy - ตั้งครรภ์ เลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ เคยมีกระดูกหักที่บริเวณข้อมูล กระดูกสันหลัง คอกระดูกต้นขา

แล้วผู้ช่วยของคุณหมอก็พาเราไปเจาะเลือด และตรวจปัสสาวะ ถ้าผลออกมาปกติทางคุณหมอก็จะไม่แจ้งกลับ แต่ถ้าไม่ปกติล่ะก็ คุณหมอก็จะแจ้งผลกลับมาหาเรา แต่ป่านฉะนี้ ยังไม่ได้รับคำตอบอะไรมา ก็แสดงว่า เราปกติ ดีใจ ไชโย เย้ๆๆๆๆๆๆ

จากนั้นก็ไปตรวจมวลกระดูกด้วยเครื่องสแกน ตรวจสามตำแหน่งด้วยกัน อันได้แก่ กระดูกแขนตำแหน่งเหนือข้อมือ กระดูกสันหลังระดับเอว และกระดูกต้นขาส่วนคอใกล้ข้อสะโพก

และแล้วก็ปรากฎว่าปกติดี ส่วนหนึ่งอาจจะสืบเนื่องจากการที่เราออกกำลังกายประจำด้วยล่ะมั้ย เพราะถามหมอ หมอก็บอกว่ามีส่วนเหมือนกัน เย้ๆๆๆๆๆ ไชโย ดีใจกันอีกแล้ว

เพราะฉะนั้น ออกกำลังกาย รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อมวลกระดูกของเราจะได้แข็งแรง เป็นปกติดี นะ…คุณผู้หญิง..นะ

Tuesday, January 22, 2008

สาว ๆ เล่นเวท กล้ามโต ล่ำบึ้ก

สืบเนื่องจากสังเกตเห็นว่า...
เพื่อนสาวบ้างไม่สาวบ้างที่ฟิตเนส ชอบกันนักที่จะชั่งน้ำหนักก่อนแล้วก็หลังออกกำลังกาย
พอน้ำหนักลดลงสัก 2-3 ขีด ก็ดีอกดีใจกันเป็นนักหนา

บางคนถึงกับบอกว่า ก็รู้อยู่น่ะนะว่า ที่มันลดลงน่ะ เป็นเพราะเหงื่อออก
แต่ก็จะชั่ง มันสนุกดี ประมาณนั้น

แล้วก็มีอีกประเภทหนึ่ง ที่ประมาณว่า... ทำไม๊ ทำไม ออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลดเสียที ทั้ง ๆ ที่เล่นจนสายตัวแทบขาดเสียขนาดนั้น แต่คนอื่น ๆ รอบตัวเค้านั้น กลับเห็นว่าเค้าตัวเล็กลง สัดส่วนดีขึ้น แต่เค้าก็ไม่พอใจ

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากหาข้อมูลความรู้มาเสริมใส่สติปัญญาอันน้อยนิด ก็เลยจัดการแปลบทความของคุณฝรั่งอีกแล้ว
แล้วก็ส่งไปที่ TheRyo's GYM อีก เชิญอ่านได้ที่ http://www.theryo.com/2008/01/eoc_ae_aaeac_aeoaa_aeooe/

Thursday, January 17, 2008

ติดเชื้อในกระแสเลือด (หลายกระแส)

เมื่อวานนี้ (16-1-51) ไปงานศพของพี่ที่ทำงานมา แกเสียชีวิตอย่างกระทันหันด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด

ได้รับฟังข่าวมาหลายกระแสมาก เกี่ยวกับสาเหตุว่าทำไมแกถึงเสียชีวิตอย่างนั้น พอสรุปได้ว่า..

กระแสแรก - ในแง่ของผู้ที่เกี่ยวพันกับผู้ตายโดยตรง
ก็จะประมาณว่า ผู้ตายแกปวดกราม และประกอบกับการเป็นไซนัสด้วย ก็เลยทำให้แกหน้าชา เป็นไข้ แกก็เลยไปหาหมอที่สถานพยาบาล หมอเห็นว่าอาการแกเป็นค่อนข้างเยอะ ก็เลยทำเป็นหนังสือให้เข้ารับการรักษาที่รพ.ใกล้ที่ทำงาน ก็ปรากฎว่า นอนสองคืนก็แล้ว ยังไม่มีใครมาดูมาแลแกเลย ญาติ ๆ ก็เลยตัดสินใจว่า จะไปรักษาที่รพ.อีกที่หนึ่งแทน ขณะที่ญาติ ๆ กำลังจ่ายเงินอยู่ ผู้ตายก็ช็อค ต้องปั๊มหัวใจกันยกใหญ่ แล้วต้องเข้าห้องไอซียูกันอีก พอวันจันทร์ (14-1-51) ประมาณสามทุ่ม แกก็เสียชีวิต ด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด

กระแสที่สอง - ในแง่ของผู้ที่เกี่ยวพันกับหมอพยาบาล
ก็จะประมาณว่า ผู้ตายแกปวดกราม และประกอบกับการเป็นไซนัสด้วย ก็เลยทำให้แกหน้าชา เป็นไข้ แกก็เลยไปหาหมอที่สถานพยาบาล หมอตรวจแล้วพบว่า ที่แกปวดน่ะ เป็นเพราะมันเป็นหนองนั่นเอง ไม่สามารถรักษาได้ ก็เลยทำเป็นหนังสือให้เข้ารับการรักษาที่รพ.ใกล้ที่ทำงาน หมอก็เอาเชื้อที่เป็นหนองไปเพาะเชื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงจะรู้ผล จากการที่ญาติอ้างว่า นอนสองคืนก็แล้ว ยังไม่มีใครมาดูมาแลแกเลย ก็มีคนแย้งมาว่า คุณก็ต้องไปสอบถามหมอ หรือพยาบาล ซิ ว่า คนไข้น่ะเป็นอะไร ไม่ใช่ว่า จู่ ๆ หมอหรือพยาบาลจะเข้ามาหาคุณ แล้วเล่านู่นนี่อะไรให้ฟัง

และจากการที่นอนสองคืนแล้ว ยังไม่มีใครมาดูมาแลแกเลย ญาติ ๆ ก็เลยตัดสินใจว่า จะไปรักษาที่รพ.อีกที่หนึ่งแทน ขณะที่ญาติ ๆ กำลังจ่ายเงินอยู่ ผู้ตายก็ช็อค ต้องปั๊มหัวใจกันยกใหญ่ แล้วต้องเข้าห้องไอซียูกันอีก พอวันจันทร์ (14-1-51) ประมาณสามทุ่ม แกก็เสียชีวิต ด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่แกเสียชีวิต ก็เนื่องจากว่าร่างกายแกอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แกเป็นทั้งความดัน ไขมันในเลือดสูง หัวใจ การติดเชื้อในกระแสเลือดจึงทำให้แกเสียชีวิตได้นั่นเอง

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า การดูแลร่างกาย และรักตัวเอง เยอะ ๆ น่ะ ดีที่สุดแล้ว
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การเข้ารับการรักษาที่รพ. ไม่ว่าจะเป็นด้วยโรคอะไรก็ตาม ก็ควรจะขี้สงสัยเข้าไว้ ต้องคอยถามอาการว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ฯลฯ

ยังไงก็...ขอแสดงความเสียใจกับญาติ ๆ พี่เค้ามา ณ ที่นี้ด้วย

Monday, January 14, 2008

Do You Step Aerobics???

สืบเนื่องจากปัจจุบันกำลังสนุกกับการเล่น Step aerobics อย่างมากมาย แต่ก็เล่นแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น เพราะมีความรู้สึกว่า มันเกี่ยวกับเข่าโดยตรง ก็เลยพยายามไม่เล่นเยอะนัก แต่เพื่อ confirm เรื่องที่ตัวเองคิด ก็เลยหาบทความของฝรั่งมาอ่าน จัดการแปลซะ ก็ปรากฎว่า ตรงตามที่เข้าใจ ก็เลยมาแปะไว้ เผื่อเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ จะเข้ามาอ่านกัน

และเช่นเคยบทความนี้หยิบมาจาก ezinearticles.com อีกแล้ว ขอ Thanks มา ณ ที่นี้ด้วย เอาล่ะ...ลองอ่านกันดูแล้วกัน จะวิพากษ์วิจารณ์มาด้วย ก็ยินดี...

Step aerobics เป็นการออกกำลังกายอีกประเภทหนึ่งในลักษณะเฉกเช่นเดียวกับการเต้นแอโรบิค

เบื้องต้นแล้ว Step aerobics เป็นการก้าวขึ้นลงบนแท่น หรือ platform ตามจังหวะเพลง ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน แถมยังมีประโยชน์กับกล้ามเนื้อขา เป็นการออกกำลังกายประเภท aerobic อีกประเภทหนึ่ง เมื่อคุณเล่นหนักหน่วงพอควร หัวใจจะเต้นเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40%

การเล่น Step aerobics หนักหน่วงกว่าการเต้นแอโรบิค
ผู้ชื่นชอบการเล่น step aerobics บอกว่า step aerobics นั้นเล่นง่ายกว่าการเต้นแอโรบิค ไม่ต้องเรียนรู้ท่าทางอะไรต่าง ๆ มากมาย และหนักหน่วงกว่าการเต้นแอโรบิค เพราะคุณต้องยกลำตัวขึ้น หมุนตัวไปมา แต่การจะเล่นหนักหน่วงมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับผู้นำด้วย


มันเป็นการออกกำลังกายประเภท aerobic ซึ่งทำให้ร่างกาย หัวใจ แข็งแรง และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ มีการศึกษาว่า step aerobics เพิ่ม 'good' cholesterol – นั่นก็คือ HDL หมายถึง High-density Lipoprotein cholesterol นั่นเอง ถ้ามีอยู่มากๆ จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โรคหัวใจ ฯลฯ ได้ … NaaToy - ขณะเดียวกันมันก็จะลด overall cholesterol – หมายถึง โคเลสเตอรอลทั้งหมดที่มีอยู่ในเลือดทั้งที่เป็นโคเลสเตอรอลชนิดดีและชนิดไม่ดี … NaaToy - จากการศึกษากลุ่มของผู้หญิงที่เล่น step aerobics เป็นเวลานาน 8 สัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงข้อดีมากมายของมัน แต่กลับ…ไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว จงอย่าคาดหวังกับมันเพียงอย่างเดียว คุณจะต้องคุมอาหาร รับประทานแต่อาหารดี ๆ มีประโยชน์ด้วย

แล้ว… step aerobics มันดีกับคุณจริงหรือ???
ก็เหมือนกับการวิ่งนั่นแหละ ถึงจะดีอย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อติฉินนินทากันไป step aerobics ก็เช่นกันไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรล่ะ ก็เป็นเพราะการออกกำลังกายประเภทนี้เล่นบน block จึงทำให้ข้อเข่าทำงานหนัก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้อเข่าเสียหายได้ ถ้าคุณเล่นหนักหน่วงจนเกินไป มันสามารถทำลายข้อเข่าของคุณได้

แต่ถ้าคุณยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวและสุขภาพดี การเล่น step aerobics นั้นก็…โอเค แต่ถ้าคุณน้ำหนักเกินและอยู่ในช่วงวัยกลางคนแล้วล่ะก็ มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย

ความเป็นจริงแล้ว การออกกำลังกายประเภท aerobic แบบเก่า ๆ เช่น การว่ายน้ำ การเดิน การปั่นจักรยาน การเล่นสเกต ค่อนข้างจะเป็นการออกกำลังประเภท aerobic ที่ดี – เพราะฉะนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลก็แล้วกัน … NaaToy –

Thursday, January 10, 2008

อาลัยพระพี่นางเธอฯ

"เสียงโศกศัลย์ร่ำไห้จากทวยราษฎร์
กราบพระบาทน้อมรำลึกพระทรวงขวัญ
ราชกิจในพระองค์ค่าอนันต์
สุดจำนรรจ์ประจักษ์อยู่คู่ไผท
กรมหลวงฯ คือพระยศพระเกียรติยิ่ง
เฉลิมมิ่งภคินีจักรีสมัย
กัลยาณิวัฒนาเกริกเกียรติไกร
สู่สวรรคาลัยนิรันดร์เทอญ"

คัดลอกจากเว๊ปไซต์ธนาคารออมสิน http://www.gsb.or.th
(2 ม.ค. 2551)

Thursday, December 27, 2007

ว่าด้วยเรื่องของปณิธานปีใหม่ (New Year Resolutions)

บทความนี้แปลและเรียบเรียงเพื่อปีใหม่ที่จะใกล้มาถึงนี้ บวกกับอยากจะขอเชิญชวนให้คุณ ๆ ลุกขึ้นมาออกกำลังกายกัน เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก แปลและเรียบเรียงจาก ezinearticles.com

ปีใหม่ใกล้เข้ามาพร้อมกับความตั้งใจ หวังไว้ว่าจะทำโน่น ทำนี่ บางคนก็ตั้งใจอย่างมากมาย บางคนก็ไม่ตั้งใจจะทำนัก แล้วเราจะทำให้ความตั้งใจดี ๆ ของเราต้องพังทลายเชียวหรือ

หลายคนตั้งใจว่าปีใหม่นี้จะต้องฟิต แข็งแรง มีความสุขกับชีวิต บทความที่แปลมานี้จึงเป็นของพวกคุณ กระตุ้นให้คุณประสบผลสำเร็จตามความตั้งใจของคุณ

การออกกำลังกายของแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วยเหตุผลนานับประการ บางคนออกกำลังกายเพื่อให้ดูแล้วสมกับที่เกิดมาเป็นชาย บางคนอยากฟิต บางคนอยากลดน้ำหนัก ลดไขมัน บางคนต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อให้เห็นชัดขึ้น เพื่อรูปร่างอันเป็นที่ต้องตาต้องใจเพศตรงข้ามบ้าง ไม่ตรงข้ามบ้าง แต่ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ความแข็งแรง ลดไขมัน หรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพื่อรูปร่างที่สวยงาม ก็ตามที คุณจะได้รับประโยชน์อันมากมายมหาศาล ความเป็นจริงแล้ว มันไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่คุณจะต้องไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส คุณสามารถออกกำลังกายได้ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือสวนสาธารณะ แถมยังช่วยให้คุณประหยัดเงินจากค่าสมาชิกของฟิตเนสได้มากโข

สำหรับคุณ ๆ ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ขอยินดีด้วย และขอให้ทำต่อไป ส่วนคุณที่ยังไม่ได้ออกกำลังกายนั้น จะบอกให้ว่าคุณกำลังพลาดสิ่งดี ๆ ไป อันได้แก่

- การหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น ช่วยให้ผิวพรรณและเส้นผมงดงาม ไม่เพียงแค่ร่างกายจะฟิต และสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น

- น้ำหนักลดลงหรือเรียกให้ถูกนั่นก็คือไขมันลดลงนั่นเอง พวกเราส่วนใหญ่มักจะใช้สองคำนี้สลับกัน เพราะเข้าใจว่าเป็นความหมายเดียวกัน แต่การลดน้ำหนัก มันหมายความถึง คุณสูญเสียน้ำ ของเสีย และที่แย่ยิ่งกว่านั้นนั่นก็คือการสูญเสียกล้ามเนื้อ ด้วยนั่นเอง ส่วนการลดไขมันในร่างกาย มันก็สื่อตามตัวของมันนั่นเอง นั่นก็คือปริมาณไขมันลดลง และมันทำให้ร่างกายของคุณดูดีขึ้น

- ช่วยขจัดความเครียดได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเมื่อคุณออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ร่างกายคุณก็จะผลิตสาร Endorphin หรือที่อีกหลาย ๆ คนเรียกว่า Happy Hormone นั่นเอง

- เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก จึงทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งมักจะเกิดกับผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อพวกเธอถึงวัยอันสมควร มวลกระดูกก็จะสูญเสียไปพอ ๆ กับกล้ามเนื้อ ดังนั้นคุณจึงควรออกกำลังกายเพื่อสร้างกระดูกให้แข็งแรง รวมทั้งรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ด้วย

- กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น โตขึ้น จะบอกให้ว่า…ยิ่งมวลกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ อัตราการเผาผลาญก็จะมากขึ้นเท่านั้น และเมื่ออัตราการเผาผลาญมากขึ้น ไขมันในร่างกายก็จะถูกเบิร์นขึ้นมากเท่านั้น นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมการลดน้ำหนักจึงต้องควบคู่กันไปกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

- เมื่อแข็งแรงและทนทานขึ้น การขึ้นบันไดก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป คุณจะเล่นบอลได้คล่องแคล่วว่องไวขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นไปได้ล่ะ ก็เพราะคุณแข็งแรงขึ้นไง นอกจากนี้งานประจำวันอันน่าเบื่อก็จะกลายเป็นเรื่องสบาย ๆ คุณสามารถสนุกไปกับสิ่งที่คุณทำได้โดยไม่เหนื่อยง่าย ๆ อีกต่อไป เพราะความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

- ลดอัตราความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตัน และมะเร็งประเภททอปเท็น รวมทั้งโรคต่าง ๆ อีกมากมาย

- ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และคอเลสเตอรอลเลว และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลดี และอีกครั้งมันช่วยป้องกันคุณให้ห่างจากโรคที่เกิดจากคอเลสเตอรอลเลว

- ป้องกันอาการบาดเจ็บ เพราะคุณแข็งแรงและว่องไวมากขึ้น นอกจากนี้ร่างกายของคุณยังยืดหยุ่นมากขึ้น ความเร็วในการเคลื่อนไหวก็มากขึ้น และแน่นอนคุณจะรู้สึกดี ๆ ที่สุขภาพดีขึ้นด้วย

- ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ช่วยให้คุณประหยัดค่าหมอ นั่นก็หมายความว่า คุณมีเงินออมในกระเป๋ามากขึ้นนั่นเอง

- ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตสูง ซึ่งหมายความว่าระบบการไหลเวียนโลหิตและหัวใจดีขึ้นนั่นเอง

- ควบคุมการตอบสนองต่ออินซูลินให้ช้าลง เป็นการป้องกันการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 - เบาหวานชนิดที่ไม่พึ่งอินซูลิน (Non-Insulin Dependent Diabetes) – ดังนั้นน้ำหนักของคุณจะไม่ขึ้นง่าย ๆ แถมยังน้ำหนักลดได้อีก

- เพิ่มความมั่นใจพร้อมกับความภาคภูมิใจในตนเอง แน่ล่ะว่ามันจะทำให้คุณเดินอย่างภาคภูมิและสง่างาม เพราะบุคลิกท่าทางดีขึ้น เกิดจากการพยุงร่างกายที่ดีขึ้นเพื่อให้เหมาะกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่

ด้วยประการฉะนี้ จงสวมรองเท้ากีฬาและมุ่งไปออกกำลังกายกัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน สวนสาธารณะ หรือฟิตเนสก็ตาม ปีใหม่นี้เรามาเสริมสร้างกล้ามเนื้อกัน มาตั้งใจลดอัตราเสี่ยงต่อสิ่งที่จะทำอันตรายกับร่างกายของคุณกันดีกว่า

Thursday, December 20, 2007

3 ปริศนาชวนสงสัย กับการบริหารหน้าท้อง

บทความนี้ สืบเนื่องมาจากได้คุยกับเพื่อนในฟิตเนสเรื่องการ sit-up หรือ crunch เพราะวันนั้นทดลองเกร็งหน้าท้องสุดฤทธิ์ แล้วค่อย ๆ ยกลำตัวขึ้นช้า ๆ ก็จะเล่นได้แค่ประมาณ 8 ครั้งต่อเซตเท่านั้น เพราะแค่ 8 ครั้งก็รู้สึกจริง ๆ ได้ว่ามันโดนสุด ๆ

เพื่อนก็เลยบอกว่า ตัวเค้าน่ะเล่นเซตละ 40 เลยนะ 4 เซตด้วย

เราก็ได้แต่... โอ้โห เก่งจังเลย ทำได้ไง

แต่…ในใจคิดว่า มันจำเป็นต้องเล่นเยอะแยะขนาดนั้นเชียวเหรอ เล่นน้อย ๆ แต่โดนไม่ดีกว่าเหรอ

เค้าก็คุยต่ออีกว่า เค้าลองจับเวลา 1 นาที ปรากฎว่าเล่นได้ร้อยกว่าครั้ง

เราก็ได้แต่... โอ้โห เก่งจังเลย ทำได้ไง เราทำได้แต่ช้า ๆ

เค้าก็เลยบอกว่า ทำช้า ๆ น่ะ กล้ามเนื้อมันจะคลายตัว ไม่มีประโยชน์อันใด

เราก็ได้แต่ อ๋อ เหรอ เพราะมันไม่รู้จริง ๆ น่ะ รู้แต่ว่าไม่ถนัดก็จะไม่ทำ เพราะถ้าทำเร็วจะรู้สึกว่าเมื่อยคอมากกว่า แล้วก็ไม่รู้สึกว่าโดน ทำช้า น้อยครั้ง แต่โดนน่าจะดีกว่า

ประเด็นนี้ ก็เลยทำให้สงสัยอีกแล้วว่า sit-up หรือ crunch มากครั้งหรือน้อยครั้ง อันไหนจะดีกว่า แล้วมันจำเป็นกับชีวิตมากมายเพียงใด ก็เลยค้นหาข้อมูลใน Internet อีกแล้ว คำตอบที่ได้ก็จะแนว ๆ เดียวกัน ก็เลยจัดการแปลซะ

หาอ่านได้ที่ http://www.theryo.com/2007/07/3_abs_trainning_myth/

เรื่องราวของสองนาง

บทความนี้...ผู้แปลบังเอิญได้อ่าน อ่านแล้ว..ก็รู้สึกว่าเอ่อ...สนุกดี แถมยังมีข้อคิดให้อึ้งกิมกี่อีกต่างหาก ก็เลยลองแปลมาแบบทุลักทุเลนิดหน่อย จึงได้เรื่องมาประมาณนี้

อ่านได้จาก http://www.theryo.com/2007/06/tale_of_two_ladies/

Monday, December 17, 2007

วิธีจัดการกับ "เซลลูไลท์" ศัตรูตัวฉกาจของสาวๆ

บทความนี้มีที่มาที่ไปก็ด้วยการที่...น้องที่ทำงาน เล่าให้ฟังว่า เค้าไปกำจัดเซลลูไลท์มา ด้วยวิธีการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์เข้าใต้ผิวหนัง ผู้แปลได้ฟังแล้วก็ เอ่อ.... น่าสนใจดี ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็เลยจัดการสนองตัณหาของตัวเอง ด้วยการค้นหาข้อมูลในเวปไซต์ เพราะว่ายังไม่มีความรู้เรื่องเซลลูไลท์มากเท่าไหร่ พอหาบทความได้แล้ว ก็เลยนึกสนุก อยากแปลอีกแล้ว ก็จัดการแปล แล้วก็เรียบเรียงในสไตล์ของตัวเอง ส่งมาให้ลิงก์โปรดอีก ติดตามอ่านได้จาก http://www.theryo.com/2007/05/how2getridofcellulite/

Saturday, December 15, 2007

เรื่องไม่จริงของสาว ๆ ว่าด้วยการฝึกด้วยน้ำหนัก

เรื่องแปลทั้งหมดนี้มีแรงบันดาลใจจากการได้อ่านเว๊ปโปรด TheRyo's GYM บวกกับความอยากรู้เรื่องราวประเภทการออกกำลังกาย บวกกับความอยากแปล บวกกับการอยากหาคนที่มีความรู้ประเภทนี้ มาขัดเกลาเรื่องราวที่ผู้แปลแปล และแก้ไขให้ถูกต้อง เรื่องแปลต่อไปนี้จึงถือกำเนิดเกิดขึ้นมาในเว๊ปโปรดตามที่กล่าวข้างต้น

เริ่มจากผู้แปลรู้สึกว่าตัวเองอ้วน อึดอัด อย่างมากมาย ก็เลยเจียดเงินสมัครเข้าเป็นสมาชิกฟิตเนสแห่งหนึ่ง ความรู้สึกแรก ๆ ก็เหมือนกับคุณผู้หญิงโดยทั่วไปว่า ไม่อยากเล่นเวท เพราะคิดว่าน่าเบื่อ กลัวกล้ามเป็นมัด ๆ ไอ้ที่มันใหญ่อยู่แล้ว ประมาณว่า ต้นแขน ต้นขา น่อง อะไรเทือกนั้น มันจะใหญ่โต ล่ำบึ้กมากมาย ก็เลยเล่นแต่ในคลาสเท่านั้น

ที่ฟิตเนสมีการให้คำแนะนำเรื่องการเล่นเวทในห้องยิม ซึ่งจะต้องวอร์มที่ลู่วิ่งอะไรประมาณนี้ ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็เล่นเวท แล้วจบด้วยการเบิร์นที่ลู่วิ่งอีกประมาณ 30-45 นาที

แรก ๆ ก็ ฮู้…ไม่เล่นหรอก ก็รู้สึกว่าน่าเบื่อ ทำไมจะต้องมาวิ่งต๊อกแต๊ก ๆ ตั้ง 20-30 นาที แล้วเล่นเวทอีก

สักเดือนกว่าๆ ก็เริ่มรู้สึกว่า มันไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป เพราะจะเล่นคลาสได้แค่ 2 วัน ก็เลยเล่นเวทเสียหน่อย แรก ๆ มันก็ไม่สนุกหรอก พอช่วงหลัง ๆ เริ่มมีคนทักว่า ตัวเล็กลง คราวนี้ก็เลยบ้าเล่นเวท เข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 5 วัน

หลัง ๆ เริ่มรู้สึกบ้ากำลัง ก็เลยแวะเวียนเข้าไปหาเรื่องราวตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ประเภทเรื่องของสุขภาพ การออกกำลังกาย ก็มาเจอเว๊ปโปรดตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้แหละ พออ่านแล้วก็ถูกใจใช่เลย

เรื่องแปลเรื่องแรกเกี่ยวกับการออกกำลังกายต่อไปนี้ จึงถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ด้วยประการฉะนี้แล... http://www.theryo.com/2007/04/myth_of_women/

Thursday, December 13, 2007

แอ่วดอยผ้าห่มปก-เขื่อนแม่งัด (ตอนสุดท้าย)

1 ธค. 50
วันนี้เดินทางออกจากแพที่พัก ไปอุทยานแห่งชาติออบขานกัน ระหว่างทางก็มีการแวะน้ำตกบัวตอง กับน้ำพุเจ็ดสี บริเวณนี้ร่มรื่นมาก ๆ บรรยากาศดี เหมาะจะมาพักผ่อนมาก ๆ ขอชม


น้ำพุเจ็ดสี หะแรกนึกว่าจะเป็นน้ำพุพุ่งขึ้นฟ้า มีสีเจ็ดสี ก็ว่ากันไป ผิดหวังเล็กน้อย แต่...สีมันสวยดี ดูเป็นสีเหลื่อม ๆ แล้วก้นบ่อก็จะประมาณมีน้ำผุดขึ้นตลอดเวลา ดูสวยดี มิเสียแรงมาดู





จากนั้นก็แวะที่วัดบ้านเด่น (ตามภาพด้านล่าง) เป็นวัดที่สวย สวยมาก ๆ ... สวยยยยยย..จนเกินวัด


บ่ายแก่ ๆ ก็พากันไปอุทยานแห่งชาติออบขาน ไม่น่าเชื่อห่างจากถนนไม่กี่กม. ก็กลายเป็นอุทยานไปได้เฉยเลย รู้สึกว่าหลุดเข้าไปอีกโลก ๆ หนึ่ง จากเมืองสู่ป่า อะไรทำนองนั้น

จากที่เคยไปดูไปชมบรรดาออบ ๆ มาเนี่ยะ ตามความรู้สึกของตัวเราเองจะไม่ค่อยชอบ เพราะมันเป็นผาหิน ซึ่งดูแล้วแห้งแล้ง ห่อเหี่ยว ยังไงพิกล ก็เลยรู้สึกเหี่ยว ๆ วันนี้ หรือว่า...จะถึงวันกลับแล้วก็ไม่รู้




2 ธค. 50
ถึงวันกลับบ้านแล้ว ไม่อยากจะกลับเลย อยากจะตระเวนเที่ยว หาความสุขใส่ตัวอีก แต่ก็ไม่สามารถ เพราะไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง


แวะลำปางซื้อของฝากกันไปตามประสาคนกรุง ก็ซื้อน้ำพริกหนุ่ม ยอดฮิต ซื้อนู่น ซื้อนี่ กันไป จากนั้นก็แวะพิษณุโลกไปนมัสการพระพุทธชินราช เพิ่มมงคลให้ชีวิต

พอเข้ากรุงเทพฯ ดึก ๆ หน่อย ก็จะเจออุบัติเหตุรายทางเป็นครั้งเป็นคราว รถก็เลยติดกันไป เหตุอาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ผู้คนพากันทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ ทำงานทำการต่อไปในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งพวกเราด้วย เฮ้อออออออออออออออออออออ…

ดูรายละเอียดอุทยานแห่งชาติออบขานได้ที่
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=2&lg=1 และน้ำตกบัวตอง แอ่น น้ำพุเจ็ดสี ได้ที่ http://www.dnp.go.th/parkreserve/forprint.asp?npid=51&lg=1


Tuesday, December 4, 2007

แอ่วดอยผ้าห่มปก-เขื่อนแม่งัด (ตอนที่ 2)

30 พย. 50
ออกเดินทางตั้งกะตีสี่เกือบตีห้าล่ะมั้ง ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น พากันเดินขึ้นเขาลงเขา เห็นไกด์บอกประมาณห้าหกลูกได้ ก็เดินไปพักไปเป็นระยะ ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอหนุ่มสาวคู่นึง สาวเจ้าท่าทางโกรธหรืองอนหรือโมโหอะไรสักอย่าง หน้าตาบูดบึ้ง กลุ่มเราให้กำลังใจ ทักทาย เป็นระยะ เธอก็นิ่งเฉย ไอ้เราก็คิดว่าคงเป็นคนต่างชาติ ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ใช่...ไทยแท้นี่แหละ ไอ้น้องคู่นี้อัธยาศัยไม่ดีเอาเสียเลย กรุณาอย่าเลียนแบบ


พอขึ้นไปถึงยอดดอย ราว ๆ หกโมงกว่า คุณพระอาทิตย์ก็ไม่โผล่ขึ้นมาให้เห็นกันเลย อุณหภูมิก็ตั้ง 5 องศาเชียว ไอ้เรารึก็อุตส่าห์ถ่อสังขารขึ้นมา ไป-กลับก็ต้องเดินถึง 7 กม. เชียว ไม่เห็นใจกันบ้าง คุณเมฆคุณหมอกก็ทำเป็นแกลัง ทำเป็นตัวหนาอยู่อย่างนั้น ปิดคุณพระอาทิตย์อยู่ได้ สักพัก คุณเมฆคุณหมอกคงสงสาร ก็เลยปล่อยให้แสงอาทิตย์กระจ่างแจ้งขึ้นมาแว่บนึง ไอ้เราก็ดีใจใหญ่ซิ เรียกพวกเรียกพ้องมาดู แต่จริง ๆ แล้วคุณเมฆคุณหมอกเธอล้อเล่น บังคุณพระอาทิตย์อีก เราเลยเซ็งเลย แถมลมก็แร้ง แรง หนาว ๆ ก็หนาว อะไรมันจะหนาวยะเยือกได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ ขนาดเอามือเย็น ๆ มาแปะที่หน้าตัวเอง ยังไม่รู้สึกเลย ไม่น่าเชื่อขึ้นดอยครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าหน้าชาเนี่ยะ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง

แต่แล้ว…เราก็เริ่มคุ้มค่ากับการขึ้นมาที่ดอยนี้ พวกเราไปเจอะไปเจอกับนักเรียนแพทย์ มช. 4 คน บรรดาสาว ๆ ต่างกระดี๊กระด๊าไปตามประสา ยกเว้นบรรดาพวกผู้ชาย แรก ๆ บรรดาสาวน้อย (เสียเมื่อไหร่) ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปเจ๊าะแจ๊ะด้วย เนื่องจากมีการไหว้วานให้น้อง ๆ ช่วยถ่ายรูปหมู่คณะให้ ก็เลยเริ่มคุ้นเคย ที่สุดน้อง ๆ เธอก็ขอให้ถ่ายรูปให้บ้าง สาว ๆ ก็พากันลอบแอบมองด้วยความพึงใจ สาวบางคนของกลุ่มเราก็ยุให้คุณน้อง ๆ ถอดเสื้อ คุณน้อง ๆ ก็ถอดเสื้อ แต่มิใช่แค่เสื้อนอก แต่ถอดจนเห็นเนื้อหนังมังสากันไป สาว ๆ ก็พากันกรี๊ดกร๊าด น้ำลายหกกันเป็นทาง โอ้ว…ช่างเป็นการขึ้นเขาที่คุ้มค่าเสียนี่กระไร

ประมาณสิบโมงกว่า ๆ พวกเราก็ลงจากดอย มาอาบน้ำแร่ที่บริเวณอุทยานฯ ก็ต้องเสียค่าห้องกันไป แต่ใช่ว่าพวกเราจะได้แช่น้ำแร่ได้ดังใจ เพราะมีกำหนดเวลา เราน่ะ แค่ได้อาบน้ำฝักบัวก็โอเคแล้ว วันนี้เป็นวันที่อาบน้ำแล้วรู้สึกโคตรสดชื่นเลย อาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อวานเน่าเป็นแน่

จากนั้นพวกเราก็ระเห็จกันไปที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา วันนี้เราจะไปพักที่เขื่อนแม่งัดกัน โอ้ว รู้สึกดูดีมีระดับซะงั้น เมื่อวานพักบนดอย วันนี้พักเขื่อน แล้วพวกเราก็ลงเรือ ทะยานไปที่แพกัน ปรากฎที่แพมีพวกเราแค่กลุ่มเดียว ช่างอิสระเสียนี่กระไร แพตั้งสี่ห้าแพ รู้สึกว่าที่นี่เป็นของฉัน อย่างไรอย่างนั้น พากันกระโดดไปแพโน้นทีแพนี้ที เพลิดเพลินเจริญใจ แถมยังมีอาหารให้กินกันเอร็ดอร่อยอีกต่างหาก หลังกินข้าวปลาอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ก็พากันเข้าข้างใน เพราะข้างนอกลมเย็นหนาวเสียเหลือเกิน ต่างกระจัดกระจายกันออกไป บ้างก็กินเหล้าเคล้านารี บ้างก็แอบงีบ บ้างก็คาราโอเกะกันสนั่นลั่นแพ เพราะบ้างไม่เพราะบ้างกันตามประสา คืนนี้เราก็นอนกันเร็วอีกเช่นเคย ไม่ได้อาบน้ำอีกเช่นเคย เพราะไม่มีห้องอาบน้ำ มีแต่ห้องส้วม ถ้าอยากอาบน้ำต้องโดดน้ำเอง พวกเราก็เลยยินยอมพร้อมใจกันไม่อาบ (อีกแล้ว)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องราวอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และอื่น ๆ รวมทั้งเขื่อนแม่งัดได้ที่ http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=142&lg=1

แอ่วดอยผ้าห่มปก-เขื่อนแม่งัด (ตอนแรก)

เรื่องมันเริ่มมาจากพวกเรามีหมายกำหนดการไปเที่ยวเชียงใหม่กันในวันที่ 28 พย. - 2 ธค. 50

วันที่ 28 ราว ๆ 4 ทุ่ม พวกเราทั้ง 10 คน พากันออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่เชียงใหม่

เช้าวันที่ 29 พวกเราก็ตะบึงถึงอ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สาย ๆ ก็ถึงอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก จุดหมายปลายทางของเรา จากนั้นก็จัดการติดต่อขอเช่าผ้านวม เพราะกลัวหนาว แถมเจ้าหน้าที่ยังขู่ซะจนแบบว่า... เดี๋ยวพวกเธอจะแข็งตายนะ ฉันเตือนแล้วนะ ไม่เชื่อกันใช่มั้ย

ด้วยความกลัวตาย พวกเราก็เลยจัดการเช่าผ้านวมซะ ในความคิดของเราคิดว่าผ้านวมมันคงจะหนาน่ะนะ น่าจะช่วยไม่ให้เราแข็งตายได้

จากนั้น...พวกเราก็หอบผ้าหอบผ่อนที่จะพอใช้ในหนึ่งคืน แล้วร่อนเข้าสู่ดอยผ้าห่มปกด้วยรถ 4WD


อากาศบนดอยหนาวสุดยอดทั้ง ๆ ที่ยังไม่เย็นย่ำอะไรมากมาย แถมมีลมหนาวพัดอยู่ตลอดเวลาอีก ด้วยความกลัวหนาวในช่วงกลางคืน สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่บนดอยขู่ไว้ (อีกแล้ว) ก็เลยมีการไปเช่าถุงนอนกันมาอีก พอเจ้าหน้าที่เอาผ้านวมมาส่งให้ ปรากฎว่าเป็นแค่ผ้าบางโคตร ๆ ช่วยกันหนาวไม่ได้สักนิด ราคาก็ตั้ง 50 บาท ถุงนอนเวิร์คกว่า แค่ 20 บาทเอง ห่มจนอุ่นเนื้ออุ่นตัวกันไป

แล้วเรา..ก็แสดงความเป็นคนดีอีกแล้ว ด้วยการยอมไม่อาบน้ำเป็นเพื่อนคนอื่น ๆ แต่เช็ดตัว แอ่น เปลี่ยนเสื้อ นะจะบอกให้ ไม่ได้โสโครกอะไรมากมาย เนื้อตัวก็ไม่เหม็นอะไรเท่าไรด้วย (ประมาณเข้าข้างตัวเองอีกแล้วชั้น)

วันนี้นอนกันรวดเร็วมาก ตอนแรกกะจะมีการเล่นป๊อกเด้งมัน ๆ แต่ไม่สามารถเพราะว่าโคตรหนาว พากันนอนก่อนทุ่มอีก อยู่กรุงเทพฯ ไม่เค้ยไม่เคยจะนอนเร็วขนาดนั้น พอสี่ทุ่มกว่า ๆ ก็ตื่นขึ้นมาฉิ้งฉ่องกัน (ที่ห้องน้ำ เขียนไว้ก่อนกันผู้อ่านจะเข้าใจผิด) เห็นดาวเต็มฟ้า สวยสุด ๆ แต่อากาศกลับอุ่นกว่าช่วงหัวค่ำ แถมยังมีดนตรีขับกล่อมจากเต็นท์ไกล ๆ อีก มีความสุขชะมัด

หาอ่านเรื่องราวอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ได้ที่ http://www.dnp.go.th/ จ้ะ