Thursday, April 24, 2008

กลเม็ดเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ กับโปรแกรมการลดน้ำหนัก – ที่ผู้เชี่ยวชาญบางคน…ไม่อยากให้คุณรู้

โปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักนั้นมีมากมายหลากหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งบางครั้งมันเป็นการยากมากที่จะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้เร็วและได้ผลที่สุด คนจำนวนมากไม่รู้พื้นฐานของการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก รวมทั้งเหตุผลว่าทำไมจึงไม่สามารถลดน้ำหนักได้ตามต้องการสักที บทความนี้จะนำเสนอวิธีที่ได้ผลทั้งสามประการในการฝึกเพื่อช่วยคุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลามากมาย เริ่มด้วยสิ่งแรกก่อนก็คือ

1. ความหนักหน่วงของโปรแกรมการฝึก
คนส่วนใหญ่คิดว่าถ้าต้องการลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ เราต้องไปยิมหรือฟิตเนส และใช้อุปกรณ์ทุกอย่างที่พบเจอ นั่นก็เป็นความจริงบางส่วน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้เกี่ยวข้องเป็นร้อยเป็นพันคนทั่วโลก พิสูจน์แล้วว่าถ้าต้องการลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ โปรแกรมการฝึกของคุณนั้นต้องหนักหน่วง ไม่ใช่พอบริหารจบหนึ่งท่า พัก 10 นาทีแล้วจึงบริหารอีกท่าหนึ่ง ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด
ดังนั้น ทันที่คุณฝึกจบหนึ่งท่า คุณต้องฝึกท่าต่อไปเรื่อย ๆ มันทำให้การฝึกของคุณใช้เวลาน้อยลง แต่หนักหน่วงขึ้น

2. การออกกำลังกายประเภทแอโรบิคนั้นสำคัญยิ่งยวด
Aerobic training เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในโปรแกรมการลดน้ำหนักทุกประเภท มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เพื่อเบิร์นไขมันโดยไม่ออกกำลังกายประเภทแอโรบิค ใช่...มันน่าเบื่อ แต่นิดนึง คุณต้องการลดน้ำหนักและต้องใช้วิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล ไม่สำคัญว่าคุณจะกินยาลดน้ำหนัก L-Carnitine หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอะไรก็ตาม คุณต้องฝึก aerobic training เยอะ ๆ
จริง ๆ แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งบนลู่วิ่งเป็นชั่วโมง แค่วันละ 20 นาทีก็เจ๋งแล้ว และถ้าคุณทำสักเดือน คุณจะเจอะเจอผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึก สิ่งอื่น ๆ ที่คุณจำเป็นต้องรู้อีก นั่นก็คือ พวกเรามากมายอีกหลายคน คิดว่าทางเดียวที่จะออกกำลังกายประเภทแอโรบิคได้นั้น ก็คือการใช้อุปกรณ์น่าเบื่อในยิม เช่น stepper หรือไม่ก็ลู่วิ่ง เท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า…ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส วิ่ง เต้นแอโรบิค ต่อยมวย ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการออกกำลังกายประเภทแอโรบิคเช่นกัน

3. เล่นเวทเบา ๆ แต่มากครั้ง
เมื่อเบิร์นไขมันได้เพียงพอแล้ว คุณสามารถกระชับกล้ามเนื้อด้วยการยกเวทเบา ๆ แต่เล่นจำนวนครั้งมากขึ้น คุณสามารถกระชับกล้ามเนื้อได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยา ถ้าคุณไม่ใช่มืออาชีพด้านฟิตเนสแล้วล่ะก็ มันก็ไม่มีจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเปลี่ยนโปรแกรมการฝึก และ
แทนที่จะใช้เวทน้ำหนักมาก ๆ ที่คุณสามารถยกได้ ก็ใช้เวทน้ำหนักเบา ๆ แต่เล่นจำนวนครั้งมากขึ้นแทน นั่นคือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ และใช่ คุณอาจจะคิดว่าเวทเบาเกินไป ก็เล่นจำนวนครั้งมาก ๆ ซิ คุณจะพบว่าการกระชับกล้ามเนื้อนั้นง่ายดายเพียงใด

- ข้อมูลเพิ่มเติมจาก theryo.com -
ที่มาของความนิยมของ L-Carnitine ในช่วงปี 80 มันมาจากอะไรทราบมั๊ยครับ มันมาจากการที่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Ephedrine และ Caffeine ถูกระบุว่ามีอันตรายกับสุขภาพ ผู้ประกอบการ จึงพยายามมองหาสินค้าตัวใหม่ ที่ยังไม่พบว่ามีผลข้างเคียงอันตรายกับสุขภาพ (ในขณะนั้น) ออกมาขาย และพระเอกตัวนึงของยุคนั้น ก็คือ L-Carnitine นี่แหละครับ
สำหรับบ้านเรา มาเป็นที่นิยมรู้จักกันเพิ่มมากขึ้น ช่วงที่กระแสเครื่องดื่มชาเขียวเพื่อสุขภาพมันตก ยอดขายไม่กระเตื้อง ผู้ประกอบการกำลังมองหาสินค้าตัวใหม่ จึงออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสม L-Carnitine และทำการประชาสัมพันธ์กันอย่างใหญ่โต จากที่เคยหลอก เอ้ย เคยสนใจกันเฉพาะแวดวง ผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มเล็กๆ คราวนี้ก็เป็นที่สนใจกันในวงกว้างเลย
ผลดีของ L-Carnitine นั้นมีครับ แต่ว่าค่อนข้างมีนัยไม่มากนัก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดการเผาผลาญไขมัน มาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งจริงๆ ถ้าต้องออกกำลังกายอยู่แล้ว ปกติมันก็เกิดการเผาผลาญอยู่แล้วนั่นและครับ แต่ถ้าจะซื้อหามารับประทาน ก็ไม่ผิดกติกาครับ ผมเพียงต้องการให้ข้อมูลในอีกมุมนึง ที่เอกสารประกอบการขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่เคยตีพิมพ์เท่านั้นเอง
สำหรับผลข้างเคียงนะครับ มีการวิจัยบางฉบับแนะนำไว้ว่า ในผู้มีปัญหาระดับไทรอยด์ต่ำ ไม่ควรบริโภค L-Carnitine ครับจะมีปัญหากับภาวะสมดุลย์ของไทรอยด์ได้ครับ ผู้มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรรับประทานครับ
ผลข้างเคียงบางอย่างที่มีการรายงานอื่นๆ ก็อย่างเช่น หัวใจเต้นเร็ว เป็นไข้ และหากทานในปริมาณมากเกินไป จะทำให้ท้องเสียเกิดอาการท้องเดิน ท้องร่วง แต่ก็ไม่ได้เกิดกับทุกคนครับ

Wednesday, April 16, 2008

ข้อแนะนำสำหรับคนไม่อยากออกกำลังกาย

สืบเนื่องจากเมื่ออ่านบทความนี้ แล้วรู้สึกว่ามันต่อเนื่องจากบทความที่ผ่านมา (จาก Ezinearticle.com) คล้าย ๆ เป็นการยกตัวอย่างประกอบบทความที่ผ่านมา ก็เลยจัดการแปลซะ เผื่อจะเห็นภาพกันมากขึ้น

ตัวผมนั้นไม่ชอบออกกำลังกายเลยจริง ๆ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงอ้วนนัก ผมมักจะหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ายิม เพราะมีแต่คนมองผมเหงื่อไหลไคลย้อย ผมมักคิดเสมอว่าพวกเขาหัวเราะเยาะผม เห็นคนอ้วนที่พยายามออกกำลังกาย ผมทั้งคอเลสเตอรอลสูง เก๊า เบาหวานประเภทสอง แต่ผมลดน้ำหนักลงได้ 20 กก. ภายใน 6 เดือน และปัญหาทางด้านสุขภาพก็ลดลงด้วย

ผมมีความลับก็คือ “เราท่านสามารถออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องเข้ายิม หรือซื้ออุปกรณ์การออกกำลังกายใด ๆ ที่โฆษณาขายทางจอทีวี” แผนของผมก็คือแค่ทำกิจกรรมตามปกติ ผมชอบออกกำลังกายมากขึ้นหลังจากที่น้ำหนักลดลง 10 กก.แรก พอรู้สึกดีขึ้นแล้ว ก็อยากลดน้ำหนักลงมากขึ้นอีก สิ่งที่ผมทำก็เป็นการเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ ด้วยการเลิกใช้ลิฟต์ และขึ้นบันไดแทน ทุกวันผมจะขึ้นบันไดสามชั้น เมื่อเห็นว่าเป็นวิธีที่ดีแล้วผมก็เริ่มขึ้นบันไดทุกสถานที่ ผมใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันในการขึ้นบันได

ไอเดียบรรเจิดของผมต่อมาก็คือจอดรถให้ห่างออฟฟิศ ผมจึงต้องเดินไกลมากขึ้นเพื่อไปที่สำนักงาน ที่สุดผมพบว่าจากการเดินมันทำให้ผมไปถึงออฟฟิศเร็วขึ้น แทนที่จะหาที่จอดรถให้ใกล้ออฟฟิศที่สุดและรอขึ้นลิฟต์ ผมนำวิธีนี้มาใช้เมื่อผมขับรถในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อซื้อของ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ทำให้ผมลดน้ำหนักได้อย่างน้อยอีก 5 กก.

ต่อมาผมก็เริ่มเดินเล่นกับเจ้าหมาน้อยด้วยระยะทางที่ไกลขึ้น แน่นอนว่ามันสนุกขึ้น และนั่นก็ดีสำหรับผมเหมือนกัน บางครั้งผมต้องอุ้มมันกลับบ้าน เพราะมันเหนื่อยกับการเดินมากไปหน่อย มันก็ดูน่ารักดีเหมือนกันในภาพชายหนุ่มอุ้มหมาน้อยกลับบ้าน ผมทำให้มันเดินได้ไกลขึ้น และคิดว่ามันคงแข็งแรงขึ้น

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเห็นผลมากที่สุดก็คือเมื่อมีคนเริ่มเข้ามาทักว่าผมดูดีขึ้น ผมก็รู้สึกดีจริง ๆ เหมือนกัน และมีความสุขที่สามารถลดปัญหาสุขภาพที่เป็นอยู่ได้ด้วย

Friday, April 11, 2008

แอคทีฟมากขึ้น ถ้าคิดซะว่า…การออกกำลังกายเป็นเหมือนกับการเล่นที่สนุ๊ก สนุก

กับคำถามที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะออกกำลังกายในวันอันแสนยุ่งเหยิงได้ ทำอย่างไรจึงออกจากออฟฟิศให้เร็วขึ้นได้ ทำอย่างไรจึงวางรีโมตทีวีแล้วออกนอกบ้านได้ ทำอย่างไรให้กระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยพลังได้ คำตอบทั้งหมดทั้งมวลก็คือการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายที่คุณชื่นชอบ และคิดเสมือนว่ามันเป็น “การเล่นสนุก ๆ” ก็แค่นั้น

ผู้รู้แนะนำไว้ว่าเราควรออกกำลังกายวันละ 20-60 นาที หลายคนว่ามันยากเป็นหนักเป็นหนาที่จะเพิ่มสิ่งนี้ลงไปในตารางชีวิตประจำวัน ไม่ต้องกังวลไป งานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นบอกไว้ว่า ฝึกแค่ 10 นาทีแต่ละวันก็ได้ผลแล้ว และบางทีอาจจะมีผลต่อการเบิร์นไขมันมากขึ้นด้วย – จริงหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่บทความนี้บอกไว้ว่างี้ อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณ NaaToy -

แล้วถ้าการออกกำลังกายไม่ใช่แนวของคุณ อย่าหมดหวังไปซะทีเดียว คุณก็แค่พยายามทำกิจกรรมอื่น ๆ ในแต่ละวันให้มากขึ้นก็เท่านั้น ถ้ามีทางเลือกระหว่างบันไดและลิฟต์แล้วล่ะก็ ขอให้ขึ้นบันไดซะ จอดรถให้ไกลกว่าจุดหมายปลายทางของคุณ ลุกขึ้นเปลี่ยนช่องทีวีแทนที่จะใช้รีโมท หาเหตุผลในการเดินขึ้นบันไดบ้าน ลุกขึ้นเต้นช่วงโฆษณาทางทีวี พาหมาไปเดินเล่นให้ไกลขึ้น ถ้าไม่มีหมาก็อาจจะขอยืมหมาของเพื่อนบ้านก็ได้ หาโอกาสออกนอกบ้าน กวาดลานบ้าน ถอนหญ้า แต่ละกิจกรรมที่คุณทำนั้น เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ

ใช่ เราสามารถลดน้ำหนักโดยไม่ต้องทำกิจกรรมใด ๆ ได้ ผู้รู้หลายคนทำให้คุณเชื่อเช่นนั้น แต่รับรองได้ว่าคุณจะไม่แฮปปี้นักกับรูปร่างที่คุณลดน้ำหนักได้ตามเป้า ด้วยมวลกล้ามเนื้อที่ฟีบและผิวหนังที่เหี่ยวย่น

การออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดอย่างเห็นได้ชัดที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักหรือทำให้น้ำหนักคงที่ก็คือการเดิน แค่หารองเท้าใส่สบาย ๆ สักคู่ คุณก็สามารถเดินได้ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งในและนอกสถานที่ สัก 30-60 นาทีต่อวัน หรือถ้าคุณเป็นขี้เบื่อ ก็หาเพื่อนสักคน หรือถ้าไม่มีเพื่อนคบ คุณอาจจะพึ่งพาเจ้าไอพอด เดินไปฟังเพลงไป แล้ว…ลองเดินให้ไกลขึ้นสัปดาห์ละวัน เพื่อเปลี่ยนแปลงอะไร ๆ บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ การเดิน 4 ไมล์ (ประมาณ 6-7 กม.) ต่อชั่วโมง จะเบิร์นแคลอรี่ได้ประมาณ 500 แคลอรี่

การออกกำลังกายที่ดีอีกประเภทหนึ่งก็คือการว่ายน้ำ ทันทีที่คุณสวมชุดว่ายน้ำ หมวกคลุม แว่นตาว่ายน้ำ คุณจะแปลกใจว่าคุณสนุกกับมันเพียงใด มันจะนำความทรงจำอันแสนสนุกในช่วงวัยเด็กกลับมา แต่ถ้าคุณขี้อายล่ะก็ จำไว้ว่าทันทีที่คุณอยู่ในสระนั้น ไม่มีใครมองคุณหรอก การว่ายน้ำเป็นกิจกรรม 2-3 ประเภทที่น้ำหนักตัวไม่ใช่เรื่องสำคัญ การว่ายน้ำต่อเนื่องสักชั่วโมงจะเบิร์นแคลอรี่ได้ประมาณ 470-670 แคลอรี่ ทั้งหมดทั้งหมดขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของคุณ

การเล่นฟิตเนสหรือยิมนั้น ก็เป็นวิธีที่สนุกอีกวิธีหนึ่งในการออกกำลังกาย ทำให้คุณได้พบปะผู้คนมากมาย ถ้าคุณชอบความเป็นส่วนตัวที่บ้าน ก็มีวีซีดี วีดีโอ ขายมากมาย คุณยังสามารถหาซื้ออุปกรณ์การออกกำลังกาย หนังสือ หรือเข้าเว๊ปออนไลน์หาข้อมูลได้อีกด้วย

อุปกรณ์การออกกำลังกายสมัยนี้ก็หาซื้อได้ง่าย และสะดวกในการใช้ หรือไม่คุณอาจหาสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้านแทนอุปกรณ์การออกกำลังกายได้ ขวดน้ำสามารถใช้แทนเวท ด้ามจับไม้กวาดใช้สำหรับการยืดเหยียดได้ กำแพงบ้านก็ใช้สำหรับยืดยึดพื้นได้ เป็นต้น

ประโยชน์ของการออกกำลังกายมีมากมายหลากหลายประการ ประโยชน์ที่เจ๋งที่สุดคือมันให้ผลอย่างต่อเนื่อง คือเมื่อคุณออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายจะยังคงเบิร์นแคลอรี่แม้ว่าคุณจะเลิกฝึกแล้วก็ตาม แล้วอะไรที่คุณต้องการมากไปกว่านี้อีกล่ะ

Tuesday, April 8, 2008

ตกหมอน

สืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เกิดอาการปวดคออย่างแรง คาดว่าน่าจะเกิดจากการตกหมอนเป็นแน่แท้ ปวดประมาณเจ็บจี๊ด ๆ ก็ลองนวด กินยาคลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ออกกำลังกายตามปกติ

ปรากฎว่าช่วงออกกำลังกายไม่รู้สึกปวดใด ๆ ทั้งสิ้น จะมาปวดอีกทีก็เช้าวันถัดมาแล้ว ก็เลยไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะจิตอุปาทานไปเองรึเปล่า หรือว่าหาเรื่องออกกำลังกายทุกวันก็ไม่รู้

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปก็ยังตึง ๆ อยู่ แต่อาการดีขึ้นมากโขอยู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีกแล้ว ก็เลยเสาะหาข้อมูลอ่านดู ก็ได้ความว่าดังนี้


บางคนหลังตื่นนอนไม่สามารถหันคอหรือเอียงคอได้ เพราะจะเจ็บปวดมากหากฝืนหันหรือเอียงคออย่างเวลาปกติ เราเรียกอาการแบบนี้ว่า "ตกหมอน"
ใครไม่เคยปวดคอหรืออาการคอแข็งมักไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญของ "คอ" ทั้งที่กล้ามเนื้อบริเวณคอต้องทำงานหนักเพราะต้องแบกรับน้ำหนักของกะโหลกและมันสมองที่มีน้ำหนักมาก
ปกติกล้ามเนื้อคอจะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ถ้าไม่ระวังตัวใช้กล้ามเนื้อคอเกินความสามารถหรือผิดท่าผิดจังหวะก็ทำให้เกิดอาการคอแข็งได้ ที่พบบ่อยๆ สำหรับอาการคอแข็งอย่างเฉียบพลันเกิดจากการเอี้ยวผิดท่าหรือหลังตื่นนอน


การรักษา
- อย่าพยายามเคลื่อนไหวคอ ให้อยู่นิ่งๆ จากนั้นให้ประคบร้อน โดยนำกระเป๋าน้ำร้อนวางบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอที่กดแล้วเจ็บ ประมาณ 20 - 30 นาที และกดนวดบริเวณคอเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น (ระวังอย่าให้น้ำร้อนมากเอาแค่พอทนได้)
- ถ้าไม่ประคบร้อนอาจรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวลดอาการเจ็บปวด ควรใช้ยาอย่างถูกวิธี เนื่องจากยานี้มีผลข้างเคียงสูง
- ถ้าไม่ดีขึ้นเลยควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้ถูกต้อง


การป้องกัน
- ระวังอิริยาบถ ไม่ก้มๆ เงยๆ มากเกินไปหรือเคลื่อนไหวคออย่างรุนแรง
- ผู้ที่ต้องทำงานหน้าเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ ควรเปลี่ยนพักอิริยาบถบ้าง มิฉะนั้นกล้ามเนื้อจะเกิดอาการเครียดหรือตึงได้
- เวลานอน ควรนอนบนที่นอนที่แข็ง ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับพื้นหรือหาหมอนที่ใบกว้างๆ มานอนจะลดโอกาสนอนตกหมอนคอเอียงลงได้
- ไม่ควรนอนคว่ำอ่านหนังสือหรือดูทีวี
- เป็นข้อสำคัญที่สุด คือ หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อของคอทุกๆ วัน และพยายามลดความเครียดจากชีวิตประจำวันโดยการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ


การนอนหนุนหมอนที่ไม่เหมาะสม เช่น หมอนแบนเกินไป ทำให้ศีรษะแหงนเงยเล็กน้อยเมื่อนอนหงาย และทำให้คอเอียงเมื่อนอนตะแคง หรือในทางตรงกันข้าม หมอนหนุนศีรษะที่หนาเกินไป ไม่ยุบตัวรองรับลำคอและบ่า จะทำให้คออยู่ในท่าก้มเมื่อนอนหงาย และเอียงมาด้านตรงข้าม เมื่อนอนตะแคง เกิดการตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบลำคอ สาเหตุเบื้องต้นเหล่านี้ ทำให้เมื่อตื่นนอนขึ้นจะมีอาการคอแข็ง กล้ามเนื้อตึงรั้ง เคลื่อนไหวได้ไม่คล่องในบางทิศทาง เช่น หันหน้าไปทางขวาหรือซ้าย เอียงคอ ก้มหรือเงย

วิธีบริหารกล้ามเนื้อคออย่างง่าย
ก้มและเงยหน้า ค่อยๆ ก้มหน้าให้คางจรดกับอก แล้วเงยช้าๆ ให้มากที่สุด
ตะแคงซ้ายขวา หน้าตรงค่อยๆ ตะแคงซ้ายจนหูจรดไหล่ซ้าย แล้วตะแคงขวาในลักษณะเดียวกัน
หันหน้าซ้ายขวา หมุนศีรษะหันหน้าไปทางซ้ายช้าๆ โดยให้ปลายคางอยู่ในแนวเดียวกับไหล่แล้วหมุนกลับมาด้านขวา

Tuesday, April 1, 2008

เคล็ดลับสามประการกับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย

ผู้เริ่มต้นออกกำลังกายในฟิตเนส หลายคนมักจะมองหาเคล็ดลับ เทคนิค ในการออกกำลังกายอยู่เสมอ จริงอยู่ว่าอินเตอร์เนตนั้นเต็มไปด้วยข้อมูล แต่ 98.9% ของข้อมูลเหล่านั้น เป็นการนำกลับมาเขียนใหม่ หรือไม่ก็...ไร้สาระสิ้นดี

ในบทความนี้ คุณจะพบเคล็ดลับสำคัญสามประการสำหรับผู้เริ่มต้นเข้ายิม ฝรั่งผู้เขียนเค้าคิดถึงเหตุผลว่าทำไม 9 ใน 10 คน จึงเลิกฝึกหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน นั่นก็เป็นเพราะคนเหล่านั้นเริ่มฝึกจากสิ่งยาก ๆ ก่อน

ในความคิดของคุณฝรั่งผู้เขียน ทุกคนควรมีเป้าหมาย ก่อนจะเริ่มฝึก คิดดูซิถ้าไม่มีเป้าหมาย คุณจะประสบผลสำเร็จได้อย่างไร ดังนั้นทุกคนควรตั้งเป้าหมายไว้ เช่น “ฉันจะต้องมีซิกแพค และจะต้องลดน้ำหนักลง 8 กก. ให้ได้ ก่อนวันที่ 28 กันยายน นี้” นี่แหละเป็นเป้าหมายที่ทุกคนควรมี เมื่อมีเป้าหมาย แรงจูงใจ ก็จะตามมาด้วย และตามด้วยการฝึกที่ง่ายขึ้น แม้บางครั้งมันจะน่าเบื่อก็ตาม และนี่แหละคือเคล็ดลับข้อแรก

สิ่งที่สองที่คุณควรรู้ก็คือ การลดน้ำหนัก มันไม่ได้ขึ้นกับการฝึกยาก ๆ และระยะเวลาในการอยู่ในยิม มันขึ้นอยู่กับความหนักหน่วง และถ้าคุณรักษาความหนักหน่วงนี้ให้เท่ากันได้ตลอดการฝึก คุณจะประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่สามที่ผู้เริ่มต้นทุกคนควรรู้ก็คือ การลดน้ำหนัก มันไม่ใช่แค่เพียงการซิตอัพเท่านั้น เราหลายคนใช้เวลามากมายไปกับการซิตอัพ ฝรั่งผู้เขียนบอกไว้ว่าใช่ว่าการฝึกนี้จะไม่ดี แต่…มันไม่ได้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงได้ แต่กลับเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง และถ้าคุณมีไขมันบริเวณหน้าท้องมาก ท้องคุณก็จะใหญ่ขึ้น คุณจะมีกล้ามเนื้อมากขึ้นภายใต้ชั้นไขมัน แล้วใครล่ะที่ต้องการอย่างนั้น

การกำจัดไขมันออกไปนั้น คุณจะต้องฝึกคาร์ดิโอเยอะ ๆ อย่างน้อยก็ 20 นาทีต่อวัน ถ้าคุณทำอย่างนี้ได้ คุณจะพบว่าคุณนั้นประสบความผลสำเร็จตามต้องการได้อย่างง่ายดายเพียงใด

Friday, March 28, 2008

เรื่องของการบริหารหน้าท้อง

สืบเนื่องจากช่วงนี้ กำลังฝึกท่า Plank อยู่ เพราะได้อ่านจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูลแล้ว มันเป็นการบริหารกล้ามเนื้อได้หลายส่วนดี ถ้าจำไม่ผิด ก็ประมาณว่า หน้าท้อง หลัง ต้นขา
พอได้อ่านบทความ (จาก Ezinearticle) นี้แล้ว ก็เลยสนใจ แปลและเรียบเรียงไว้ให้อ่านกัน

การทำให้เอวให้เป็นเอว หน้าท้องแบนราบนั้น อาจจะเป็นหนึ่งในบรรดารางวัลที่คุณต้องการมากที่สุดในโลก และใช่ มันต้องใช้เวลาอันนานแสนนาน คนส่วนใหญ่คิดว่าภายในหนึ่งเดือนเขาหรือเธอ รูปร่างจะเหมือนนายแบบหรือนางแบบได้ แต่…มันไม่เป็นเช่นนั้น การได้มาซึ่งรูปร่างที่คุณต้องการนั้นมันต้องใช้อดทนอย่างสูง

แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คุณมีรูปร่างสะโอดสะองได้ ปัจจัยสองประการที่สำคัญ ก็คือ โภชนาการที่ดี และการออกกำลังกาย (ทั้งการบริหารหน้าท้องและการฝึกคาร์ดิโอ) นั่นเอง ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็ไม่ได้ผลตามต้องการ ก็แค่นั้น จึงขอสรุปว่าคุณจะต้องกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการและออกกำลังกายด้วย

1. คาร์ดิโอ เป็นหนึ่งของการออกกำลังกายที่สำคัญยิ่ง มันจะช่วยให้รูปร่างของคุณดีขึ้น คุณควรฝึกคาร์ดิโอในช่วงเช้าให้เป็นนิสัย นอกจากระดับไขมันจะลดลงแล้ว มันยังช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นอีกด้วย

2. Bicycle Exercises ฝรั่งผู้เขียนเค้าเคยได้อ่านข้อมูลข่าวสาร และพบว่ามันเป็นการบริหารหน้าท้องที่ให้ผลดีมาก ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เค้าก็เลยนำเอาการบริหารท่านี้ไว้ในโปรแกรมการฝึกของเค้าด้วย ซึ่งได้ผลอย่างมากมายทีเดียว

3. Plank เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง เค้าบอกไว้ว่าเค้าฝึกท่า Plank ทุกวัน มันช่วยลดหน้าท้องได้

การออกกำลังกายข้างต้นช่วยส่งเสริมความแข็งแรงให้กับหน้าท้อง รวมทั้งบริเวณเอวด้วย แต่จงจำไว้ว่าคุณควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ (แต่...ขอเวลาให้กล้ามเนื้อได้พักบ้าง) เพราะกว่าที่จะรู้ผลได้นั้นค่อนข้างใช้ระยะเวลายาวนาน แน่ล่ะว่ามันไม่ใช่การออกกำลังกายที่คุณทำได้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว

Wednesday, March 26, 2008

การบริหารร่างกายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับคุณได้ (ตอน 4)

สืบเนื่องจากเคยเห็นเทรนเนอร์สอนสมาชิกซึ่งเป็นผู้หญิงเสียด้วยซิ ด้วยการฝึกดังที่จะกล่าวต่อไป ก็รู้สึกว่ามันน่าอันตรายเป็นยิ่งนัก ในใจก็ค้านสุดฤทธิ์ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ที่ทำได้ก็คือ...ถ้าเป็นตัวเองจะไม่ฝึกดีกว่า รู้สึกว่าเสี่ยงจนเกินไป ก็เลยแปลให้อ่านกันซะ คิดว่าคงจะมีประโยชน์กันบ้าง

การบริหารด้วยท่า BEHIND THE NECK WIDE GRIP LAT PULLDOWN มีผลต่อ rotator cuff (ข้อต่อบริเวณไหล่) และ cervical spine (กระดูกสันหลังส่วนคอ) และยังง่ายต่อการทำผิดท่าทางถ้าคุณขาดความยืดหยุ่นที่ข้อไหล่ ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่บริเวณไหล่และคอ


ทางที่ดีควรจะฝึก close grip lat pulldowns ซึ่งเป็นการดึงจากด้านหน้าลงมาบริเวณ collarbone (กระดูกไหปลาร้า) จะปลอดภัยกว่า

Tuesday, March 25, 2008

การบริหารร่างกายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับคุณได้ (ตอน 3)

สืบเนื่องจากในอดีตกาลนานมา เคยบริหารหลังด้วยอุปกรณ์ BACK HYPEREXTENSION แล้วรู้สึกว่ามันโดน คือจะรู้สึกตึงบริเวณหลังล่าง แต่ไม่ถึงกับเจ็บปวดมากมายก่ายกองนัก

พอมาอ่านบทความที่กล่าวมาแล้วสองตอน ก็รู้สึกว่า อีกแล้ว...อุปกรณ์ที่ฉันชอบเล่น มันทำให้เกิดอันตรายได้อีกแล้ว แต่มันก็มีวิธีที่จะชดเชยกัน มาแทนกันได้เหมือนกัน งั้นก็ลองอ่านกันดู

เค้าบอกว่า...การบริหารร่างกายประเภทนี้ เป็นท่าที่ฝืนธรรมชาติ ซึ่งทำให้ปวดบริเวณหมอนรองกระดูก

เค้าบอกว่า...การแยกบริหารเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง โดยไม่ใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องช่วยซัพพอร์ตด้วยนั้น ก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่ง

และสุดท้าย เค้าบอกว่า...การที่จะทำให้หลังแข็งแรงขึ้นและลดอาการปวดหลังนั้น ให้บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรงจะเป็นการดีกว่า

Saturday, March 22, 2008

การบริหารร่างกายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับคุณได้ (ตอน 2)

ต่อจากบทความที่แล้ว และนี่คือเรื่องราวของการบริหารร่างกายด้วยท่า Leg Curl (ดูภาพได้จาก "วิธีการบริหารร่างกายเพื่อขจัดเซลลูไลท์ฯ") ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ขาของเราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อต่อ เอ็นเข่า (หรือข้ออื่น ๆ ก็ตาม) มันไม่ได้ถูกสร้างแยกออกมาเพื่อแบกรับน้ำหนักมากเกินไป

การฝึกด้วย Leg curls นั้น เป็นการพับ หรือดึงกระดูกหน้าแข้ง (tibia) กลับไปยังกระดูกต้นขา (femur) ซึ่งทำให้ข้อเข่าเกิดอาการปวด วิธีที่ดีเพื่อบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (HAMSTRING) นั้นควรจะเป็น squats, lunges หรือ deadlifts ซะมากกว่า

Friday, March 21, 2008

การบริหารร่างกายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับคุณได้

สืบเนื่องจากบทความที่ผ่านมา มีการกล่าวถึงเรื่องการบริหารเพื่อลดการก่อให้เกิดเซลลูไลท์ ไม่นานนักก็ได้อ่านบทความอีกชิ้นหนึ่งเรื่อง 6 Potentially Dangerous Weight Training Exercises ซึ่งเค้ากล่าวไว้ถึงการบริหารด้วย Weight Training ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยรวบรวมมาจากงานวิจัย

จึงขอนำเสนอเรื่องของการบริหารด้วยท่า LEG EXTENSION ก่อน (และเช่นกัน NaaToy แปลและเรียบเรียงใหม่ โดยตัดทอนบางส่วน และหาข้อมูลอื่น ๆ มาเสริม เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตนเองและคนอ่านอีก 2-3 คน ขอขอบคุณ EzineArticle และผู้อ่าน 2-3 คน มา ณ ที่นี้ )

LEG EXTENSION เป็นการออกกำลังกายแบบ isolated exercise – การบริหารด้วยการขยับจุดหมุนของข้อต่อเพียงจุดเดียว - โดยที่ patella (กระดูกสะบ้าหัวเข่า) ถูกดึงกลับไปยัง femur (กระดูกโคนขา) ทำให้เกิดการเสียดสี จึงเป็นเหตุให้เข่าด้านหน้าเกิดอาการปวด และนี่เป็นเหตุผลที่ดีว่าทำไมจึงควรหลีกเลี่ยงการบริหารร่างกายประเภทนี้

การทดสอบจากงานวิจัยยังพิสูจน์ว่ามันแทบจะไม่ได้ผลอะไรกับ quadriceps (กลุ่มกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า) เมื่อเทียบกับการฝึกแบบ compound exercise - การบริหารที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของข้อต่อมากกว่า 1 จุด ซึ่งช่วยให้สามารถฝึกกล้ามเนื้อหลายๆส่วนในขณะเดียวกัน - เช่น squats, leg press และ lunges

Friday, March 14, 2008

วิธีบริหารร่างกายเพื่อขจัดเซลลูไลท์ออกจากเรียวขาอันงดงาม

สืบเนื่องจากได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนเจี๊ยบ เกี่ยวกับเซลลูไลท์และการบริหารของเธอ ที่ใช้เครื่อง Abductors and Adductor แล้วประมาณว่าได้ผล (ถ้าจำมาไม่ผิด) พอเห็นบทความ (ezinearticle.com) นี้ก็เลยนึกถึง แปลให้ได้อ่านกันอีกแล้ว

สำหรับคุณสาว ๆ แล้ว บริเวณที่เซลลูไลท์มักจะปรากฎกายให้เห็นก็คือ บริเวณต้นขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นขาด้านหลัง ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เจอะเจอกับความขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ เช่นนี้ อาจจะรู้สึกสิ้นหวัง หมดกำลังใจ ในการกำจัดมันออกไปจากชีวิต และบ่อยครั้งที่ต้องใช้เงินทองมากมายกับครีมต่าง ๆ เพื่อลบเลือนเจ้าตัวน้อยออกไปจากชีวิต และแทบจะไม่ได้ผลอะไรเลย แต่รู้มั้ยว่าสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ต้นขาคุณเรียบเนียนขึ้นได้นั้น ก็คือการออกกำลังกายนั่นเอง

เมื่อคุณย่างก้าวเข้าฟิตเนสหรือยิมใด ๆ ก็ตาม คุณจะพบบรรดาอุปกรณ์บริหารร่างกายต่าง ๆ มากมาย อย่าสับสนงุงงงอะไรมากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้ว ฟิตเนสหรือยิมจะจัดอุปกรณ์เหล่านี้เป็นกลุ่มเป็นพวกเข้าด้วยกัน ถ้าคุณจะบริหารขา อุปกรณ์ที่คุณต้องการนั้นก็จะอยู่ในบริเวณเดียวกัน จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเดินพล่านไปทั้งยิม เอาล่ะ พอคุณพบอุปกรณ์ที่ต้องการแล้ว คุณก็ลองบริหารด้วยอุปกรณ์สัก 2-3 เครื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่ต้นขา เพื่อขจัดเซลลูไลท์ออกจากชีวิตของคุณ

Leg Curl
ช่วยบริหารขาด้านหลังโดยตรง เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการกำจัดเซลลูไลท์บริเวณขาด้านหลัง เริ่มต้นด้วยน้ำหนักเบา ๆ สัก 20 ครั้ง 2-3 เซต กำลังดี

Hip Abductors and Adductor
Hip abductor machine เป็นอุปกรณ์ที่มุ่งเน้นการบริหารต้นขาด้านใน ส่วน adductor machine นั้นช่วยบริหารต้นขาด้านนอก คุณแค่นั่งลงและบริหารต้นขาด้านนอกด้วยการดัน และแยกขาออกจากกัน และบีบกล้ามเนื้อขาเข้าหากันเพื่อบริหารต้นขาด้านใน บริหารสัก 2-3 เซต ๆ ละ 20 ครั้ง


Leg Press
ช่วยบริหารร่างกายช่วงขาทั้งหมด เป็นการบริหารแบบ compound movement – การบริหารร่างกายที่ใช้กล้ามเนื้อหลายมัดออกแรงร่วมกัน –


ยังมีการบริหารร่างกายอีกหลายประเภทที่ช่วยกำจัดเจ้าเซลลูไลท์ตัวน้อยออกจากต้นขา ที่กล่าวถึงมาข้างต้นนั้นเป็นการบริหารเบื้องต้นสำหรับคุณ ๆ ที่ต้องการจะได้ขากระชับ เรียบเนียน และจงจำไว้เสมอว่า ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

Wednesday, March 12, 2008

จำเป็นต้องออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรือไม่???

ใช่ว่าทุกคนจะต้องไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส
แต่…คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ๆ ละ 30 นาทีนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง มันอาจจะยากลำบากสำหรับคนที่นั่งจ่อมดูทีวีทั้งวัน แต่ทันทีที่คุณเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำ คุณจะประหลาดใจกับประโยชน์ต่าง ๆ ของมัน พลังของคุณจะเพิ่มมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้น การทำงานประสานกันของร่างกายดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น พอใจในตัวเองมากขึ้น สามารถจัดการความเครียดในการทำงานได้ง่ายขึ้น แล้วใครจะปฏิเสธได้ว่าในระยะยาวคุณจะมีชีวิตที่มีสุขภาพดี และอายุยืนยาว

บางคนอาจจะสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสเพื่อว่า จะได้เป็นการบังคับไปในตัวเพื่อนำเอาการออกกำลังกายมารวมในชีวิตประจำวัน แค่เพียงเห็นคนอื่น ๆ บริหารร่างกายกันก็เพียงพอสำหรับการเป็นแรงจูงใจแล้ว

แต่สิ่งสำคัญที่ควรต้องนำมาพิจารณาด้วย ไม่ว่าคุณจะเลือกออกกำลังกายประเภทใดก็ตาม นั่นก็คือคุณให้รวมเอากิจกรรมประเภท cadio (เช่น การวิ่ง) กับการฝึกด้วยเวท (เช่น การยกน้ำหนัก) มาไว้ในโปรแกรมการบริหารร่างกายของคุณด้วย คุณต้องฝึกสองสิ่งนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคุณผู้หญิง ก่อนจะอายุ 30 ปีบรรดาหญิง ๆ อย่างเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกด้วยการฝึกด้วยการยกเวทให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะเมื่ออายุมากกว่าสามสิบปีแล้ว การบริหารร่างกายด้วยการยกเวท จะเป็นแค่การรักษาความหนาแน่นของกระดูกที่มีอยู่แล้วเท่านั้น นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมการออกกำลังกายจึงสำคัญกับสาว ๆ อย่างยิ่ง มันเป็นการช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนนั่นเอง

สรุปแล้ว การมีชีวิตยืนยาว สุขภาพแข็งแรง คุณต้องออกกำลังซะเดี๋ยวนี้ รวมทั้งรวมเอาการออกกำลังกายไว้ในกิจวัตรประจำวันของคุณด้วย ไม่ว่าคุณจะไปฝึกที่ฟิตเนส หรือวิ่งที่สวนสาธารณะก็ตาม จงทำซะเดี๋ยวนี้
- ezinearticle.com -

Sunday, March 9, 2008

ANGKOR TRIP (ตอนยี่สิบ)

24 กพ. 50
ต้องกลับบ้านแล้วซิเรา ไม่อยากเลย อยากเที่ยวต่อ อยากกินอะไรหวาน ๆ อยากรอกินกาแฟนาน ๆ ฯลฯ


จากโรงแรมไปที่ด่าน เราต้องนั่งแท็กซี่คันเดิม แต่…คราวนี้ โชเฟอร์ขับได้เรียบร้อยขึ้น อาจจะเป็นเพราะบทเรียนที่ได้รับเมื่อคราวที่แล้ว ที่เกิดการชนกันเล็กน้อย
คราวนี้พวกเราก็เลยหลับได้นานมากขึ้น ไม่ต้องสะดุ้ง ตระหนกตกใจ อยู่ตลอดเวลา
หรืออาจจะเป็นเพราะว่า...พวกเราเกิดอาการชินแล้วก็เป็นได้

ที่สุดเราก็มาถึงด่าน ด้วยอาการปกติ อวัยวะครบถ้วนดีกันทุกคน
จากนั้น ก็เดินเข้าประเทศไทย พร้อมด้วยอาการ…ไม่อยากทำงาน (อีกแล้ว)
เฮ้ออออออ

ANGKOR TRIP (ตอนสิบเก้า)

ปราสาทแปรรูป สร้างในต้นพุทธศตวรรษที่ 16 (พ.ศ. 1504) รัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ศิลปะแบบแปรรูป

ปราสาทแปรรูป จัดเป็นปราสาทหลวงในรัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองพระนคร พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงเลือกบริเวณทิศใต้ของบารายตะวันออกเพื่อตั้งเป็นเมืองหลวง และปราสาทแปรรูปแห่งนี้ อุทิศถวายให้แก่พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม

แปรรูป มาจากความหมายที่ว่าการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สันนิษฐานจากลักษณะของหีบซึ่งทำจากหินทราย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก ก่อนขึ้นไปสู่ปรางค์ประธาน หีบหินทรายนี้เป็นที่สำหรับบรรจุอัฐิของพระมหากษัตริย์ ปรางค์ประธาน ถูกสร้างอยู่เหนือฐานอิฐ 3 ชั้น แต่ละชั้นมีขั้นบันไดขึ้นไป 12 ขั้น รูปทรงลักษณะคล้ายปิรามิด ส่วนปรางค์บริวารทั้ง 4 อยู่บนฐานเดียวกัน

ภาพสลักพระอินทร์ ที่ทับหลังของปรางค์ประธาน มีภาพสลักพระอินทร์ซึ่งเป็นเทพประจำทิศตะวันออก พวงอุบะ (พวงมาลัย) และเหล่าพรรณพฤกษาถือเป็นต้นแบบของศิลปะยุคแปรรูป ด้านข้างของเสากรอบประตูมีภาพสลักของเทพธิดาที่ดูทรุดโทรมลงไปบ้าง

บันไดขึ้นสู่ปรางค์ประธาน ค่อนข้างชันและแคบ เปรียบเหมือนผู้ที่จะเข้าสู่ปรางค์ประธานจะต้องมีการคาราวะ ก้มหน้าก้มตาขึ้นสู้บันไดด้วยความระมัดระวัง ปรางค์บริวารด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีภาพสลักของเทพธิดาที่งดงามอยู่บนอิฐและปูนปั้นโบราณของพระนางลักษมีและพระวิษณุ ภาพสลักพระนางอุมาเทวีและพระศิวะ ส่วนปรางค์ประธานที่อยู่ตรงกลางมีภาพสลักพระพรหม ซึ่งมี 4 หน้าและ 4 กร

จบการชมปราสาททั้งสิ้น 3 วันแล้ว เราขออำลาอาลัยกับปราสาทนครวัดเป็นครั้งสุดท้าย คือ…ขอได้แค่นั่งรถผ่านทั้ง 3 วัน แค่นั้นก็พอใจแล้ว

ขอบอกว่า…นครวัดเป็นปราสาทที่เราประทับใจสุด ๆ ในการเดินทางครั้งนี้

เย็นย่ำก็พากันไปกินข้าวที่ร้านเดิมอีก หวานเหมือนเดิม สั่งน้ำมะนาวปั่น รสชาดก็เป็นนมกลิ่นมะนาวเหมือนเดิม เจ้าน้องติดกาแฟงอมแงม ก็ต้องการกาแฟอีกแล้ว พอดี ๆ พวกเราเคยเล็ง ๆ ร้านในปั๊มน้ำมันไว้ร้านหนึ่ง เพราะเห็นว่ามีรูปแซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ ก็เลยน่าลอง ขอแวะไปเยี่ยมไปชมไปชิมกันสักหน่อย คงจะดี

แล้วพวกเรา 4 คนก็เดินขบวนกันไป สั่งกาแฟ ชาปั่นไข่มุก ชามะนาว รสชาดก็หวานกันอีกแล้ว ที่เด็ดก็คือ ที่ก้นแก้วของชามะนาว เห็นน้ำตาลที่ยังไม่ละลายประมาณว่าสัก 2 ช้อนชา ก็สมแล้ว ที่จะหวานกันซะขนาดนั้น แต่ที่นี่ดีหน่อย ก็คือว่าไม่ต้องรอนาน หรือนานก็ไม่รู้ เพราะในร้าน มีซุปเปอร์มาเกตอยู่ด้วย ก็เลยแต๊ดแต๋ไปดูของฝาก ซึ่งไม่ได้อะไรติดมือมาเลยสักชิ้น ก็เลยกลายเป็นว่า ไม่ได้รอนานนัก รอไม่นาน ก็ไม่ชอบอีก ไม่เข้าใจตัวเอง ยังไงกันนี่

ANGKOR TRIP (ตอนสิบแปด)

ปราสาทนาคพัน สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ศิลปะแบบบายน

ในบรรดาปราสาทที่ก่อสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ต้องยกให้ปราสาทนาคพันที่มีการก่อสร้างที่แปลกตามากที่สุด ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางสระน้ำ เปรียบเสมือนเกาะอยู่กลางทะเล หรือเปรียบกับภูเขาหิมาลัยที่อยู่กลางมหาสมุทร น้ำจากสระแห่งนี้ถือเป็นน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือเปรียบประหนึ่งน้ำจากสระอโนดาต ซึ่งเป็นศูนย์รวมจากแม่น้ำทั้ง 5 ในอินเดีย ได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมนา แม่น้ำเนรัญชลา แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำพรหมบุตร ผู้ใดที่อาบหรือดื่มกินน้ำจากสระนี้โดยผ่านจากปากของราชสีห์ ช้าง ม้า และมนุษย์ที่อยู่ในศาลาทั้งสี่ทิศ เชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

หากเราสังเกตจะพบว่าปราสาทนาคพัน ถูกออกแบบเปรียบประหนึ่งถูกสร้างอยู่ใจกลางเกาะซึ่งมีน้ำล้อมรอบแต่ปัจจุบันบารายนั้นได้ตื้นเขินหมดแล้ว จึงมองภาพไม่ออกว่าปราสาทนี้ตั้งอยู่กลางน้ำอีกต่อไป

นาคพันรอบฐานปราสาท กลางสระน้ำเป็นที่ตั้งของฐานปราสาทที่มีลักษณะกลมเป็นชั้นๆ ที่ฐานหรือชั้นล่างสุดของฐานปราสาทนี้ เป็นนาคเจ็ดเศียรสองตัวที่หางเกี่ยวพันกันทางทิศตะวันตก ลำตัวโอบล้อมฐานหันหน้ามาทางทิศตะวันอออก นาคสองตัวนี้เชื่อกันว่าเป็นพญานาคที่ชื่อว่านันทะและอุปานันทะ

ภาพสลักที่ปรางค์ประธาน ตรงกลางของสระมีบันไดขึ้นไป 7 ชั้น สู่ปรางค์ประธานซึ่งอยู่ตรงกลาง ทางเข้าอยู่ทิศตะวันออก ส่วนอีก 3 แห่งรอบปราสาทเป็นประตูหลอก ที่มุมของปรางค์ประธานมีรูปพญาครุฑ ด้านหลังของปรางค์ประธานมีภาพสลักคติธรรมทางพุทธศาสนา แต่ภาพเหล่านี้ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นความเชื่อตามศาสนาฮินดู เช่น ภาพสลักเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช ภาพนี้ถูกดัดแปลงให้มีรูปลักษณะคล้ายศิวลึงค์ อีกภาพหนึ่งเป็นภาพสลักเมื่อพระพุทธเจ้านั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นโพธิ์ก็ถูกดัดแปลงเช่นกัน

ประติมากรรมลอยตัวรูปม้าพลาหะ อยู่ด้านหน้าของปรางค์ประธานด้านทิศตะวันออก ม้าพลาหะเป็นอวตารหนึ่งของพระโพธิสัวต์อวโลกิเตศวร ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อพ่อค้าจากอินเดียลงเรือสำเภาเพื่อเดินทางไปยังเกาะศรีลังกาเกิดพายุระหว่างทาง เรือถูกพายุโหมกระหน่ำจนเรือแตก พระโพธิสัตว์ได้แปลงพระองค์เป็นม้ามีปีกลงไปให้ความช่วยเหลือคนที่อยู่กลางมหาสมุทรได้อย่างปลอดภัย ม้าพลาหะเปรียบเสมือนยานพาหนะลำใหญ่ที่พาผู้คนสู่มรรคผลนิพพาน

รูปสลักคน ราชสีห์ ม้า ช้าง รูปสลักในศาลาทางด้านทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นใบหน้าของมนุษย์ ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นรูปใบหน้าราชสีห์ รูปของม้าอยู่ทางด้านทิศตะวันตก และรูปของช้างอยู่ทางทิศเหนือ สันนิษฐานว่ารูปสลักใบหน้ามนุษย์เดิมทีเป็นหน้าของวัว เพื่อให้สอดคล้องกับคติธรรมทางศาสนาฮินดูเช่นเดียวกับภาพสลักพระพุทธเจ้าที่ถูกสกัดใบหน้า ลำตัว แขน ออกให้เหลือฐานกับลำตัวมองดูคล้ายศิวลึงค์ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8