Monday, October 3, 2011

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) Week 7

วีคนี้วีคแดนซ์ NaaToy ก็เอาแล้วคิดอีกแล้ว เจ้าเฟรมมันจะดราม่าตลอดทั้งวีครึเปล่าว้า เพลงแดนซ์นะเว้ย มันต้องสนุกนะ แล้วจะเต้นได้รึเปล่าวะเนี่ยะ ยิ่งทาทาแซวตลอดว่าเดินยังกับจิ้งเหลน ในใจก็นึกตรูต้องลุ้นเจ้านี่อีกแล้วหรือเนี่ยะ เอาวะ ลุ้นกันไป

เจ้าเฟรมได้ร้องเพลงคู่กับเจ้าหมีเจมส์ในเพลง "เกรงใจ" สองคนต่างก็เต้นได้เก่งกาจเสียด้วยซิ เฮ้อ...ตรู คอนเสิร์ตออกมาจะเป็นยังไงวะเนี่ยะ กลุ้มเว้ย....

ส่วนเพลงเดี่ยวกะปอมน้อยได้เพลง "That's the way I like it" โอ้แม่เจ้า เพลงฝรั่ง แถมยังต้องเต้นอีก ดิสโก้เชียวนะเฟรมเอ๊ย นึกภาพไม่ออกเลยทีเดียว คอยลุ้นกันไปก็แล้วกัน

พอเห็นตอนซ้อมกับเจ้าเจมส์เพลง "เกรงใจ" แล้ว ก็นึกชมในใจ สองคนมันสู้กันดีวุ้ย ใช้ได้ ใช้ได้

มาถึงวันซ้อมใหญ่ ได้ข่าวว่าเฟรมวิ่งแล้วหกล้มเข่ากระแทกขอบปูน แล้วจะเต้นได้มั้ยเนี่ยะ ทำไมวีคนี้ซวยนักหนาอ่ะเฟรมเอ๊ย

ประชุมครู บรรดาครู ๆ ก็เป็นห่วงกัน ว่าจะหายทันวันเสาร์รึเปล่า วันนี้ก็ร้องไปเฉย ๆ ก่อนแล้วกัน แต่ครูนิวก็พูดประมาณเฟรมมันไม่ยอมหรอก ต้องทำให้ได้ เชื่อเถอะ ปรากฎว่าเฟรมเป็นอย่างที่ครูนิวพูดจริง ๆ เต้นเกินร้อย เด้งเกินร้อย มันส์จริง ๆ เล้ย เฟรมเอ๊ย ประทับใจเฟรมอีกเท่าตัว มาดูภาพเด้งหน้าเด้งหลังของเจ้านี่กัน


และ That's the way...Aha Aha...I like it ฉบับซ้อมใหญ่ สนุกจริง ๆ ชอบ ๆ กะปอมน้อยของเราแดนซ์ก็ได้ด้วย แรงอีกต่างหาก ชื่นชม ชื่นชม


ด้วยความที่เห็นเจ้าไทด์ออกจากเกมส์เมื่อวีคที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่คะแนนก็เยอะ NaaToy ก็เลยตั้งปณิธานไว้ว่าถ้าวีคนี้เจ้าเฟรมยังไม่ออกล่ะก็ จะโหวตให้เจ้าเฟรมไปเล่นกีตาร์ที่อิมแพคสักหน่อย หลังจากไม่เคยโหวตให้ใครเลยนับตั้งแต่ AF1 กับ AF2 คิดดูแล้วกันว่าอินกับเจ้านี่ขนาดไหนกัน

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) Week 6

วีคนี้เป็นวีค Inlove กะปอมของเราก็ได้เพลงคู่ร้องกับเจ้าแพรวา เพลง "หนุ่มบาวสาวปาน" เหมาะกันดีอย่างกับปี่กับขลุ่ย โจ๊ะ ๆ ห้าว ๆ กันทั้งคู่ มันดีจริง ๆ

ส่วนเพลงเดี่ยวเจ้านี่ก็ได้เพลง "พรหมลิขิต" ก็ดูแล้วชิล ๆ กันไป แต่มีปัญหาที่ทำไมเจ้าเฟรมถึงเข้าใจว่าตัวเองได้เล่นกีตาร์ขึ้นคอนเสิร์ตก็ไม่รู้ หลังจากที่พากเพียรขอครูเต๋าเล่นกีตาร์ทุกสัปดาห์ เพราะฉะนั้นเวลาเจ้าเฟรมฝึกเพลง "พรหมลิขิต" ก็ฝึกพร้อมกีตาร์ไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีใครคอนเฟิร์ม เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก

แล้วพอมาถึงวันซ้อมใหญ่ถึงรู้ว่าเหล่าครู ๆ ไม่ได้อนุญาตให้เห็นกีตาร์ เพราะร้องก็ยังไม่ได้เรื่อง เนื้อก็จำไม่ได้ เล่นกีตาร์อีก พังกันไปแถบ ๆ แน่ แต่ครูคอนเฟิร์มว่าได้เล่นกีตาร์แน่นอนถ้าได้อยู่ต่อ วันซ้อมใหญ่หน้าเจ้าเฟรมก็เลยประมาณว่าฝันสลายไปพักหนึ่ง แต่ NaaToy ก็ดีใจที่เจ้านี่ไม่นอยด์ พอซ้อมใหญ่เสร็จ พอดีช่วงนั้นทีวีตัดไปตอนที่ต้นกำลังนอยด์อยู่ที่โต๊ะนอกบ้าน NaaToy ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เพลง "พรหมลิขิต" ของเจ้ากะปอมน้อย ก็ดีใจที่ยังตั้งใจฝึก ไม่นอยด์ ดีมากเจ้ากะปอมเอ๊ย สมแล้วที่ NaaToy เชียร์ถูกคน มาดูหน้าตา ท่าทาง ตอนฝันสลายของเจ้าเฟรมกันดีกว่า ได้อารมณ์ดี


พอถึงคอนเสิร์ตวันเสาร์ ไอ้เราก็นึกว่าเจ้านี่คงเซ็งจิตแน่นอน คงได้ไม่ค่อยดีนัก แต่พอเพลง "หนุ่มบาวสาวปาน" มันทำได้ดีวุ๊ย ก็เลยใจชื้นขึ้นมานิดนึง รอดูเพลงเดี่ยวของกะปอมต่อไป


พอถึงเพลงเดี่ยว ปรากฎว่าทำได้ดีวุ๊ย กะปอมเอ๊ย มิเสียแรงที่เชียร์ ดูกันดีกว่า


แต่ปรากฎว่า วีคนี้เจ้าไทด์ พี่ที่แสนดีที่คอยดูแลเจ้าเฟรมต้องออกจากการแข่งขัน NaaToy ก็แอบกระซิกกับเขาอยู่เหมือนกัน เสียดายกำลังน่ารักอยู่แท้ ๆ ส่วนเจ้าเฟรมถึงกับน้ำตาตกกันเลยทีเดียว ร้องไห้เป็นเด็ก ๆ ขากลับนั่งรถกลับบ้านแม็ค เจ้าเฟรมร้องไห้ไปกินกล้วยไป เห็นแล้วก็เศร้าอ่ะนะ อีกใจหนึ่งก็ขำว่ะ คือทั้งหิวทั้งเศร้าในเวลาเดียวกันน่ะ เลือกอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งไม่ได้ มันก็เลยเป็นภาพที่ทั้งเศร้าและตลกในเวลาเดียวกัน สงสารเฟรม ไม่อยากลงภาพ ไปดูใน youtube เองก็แล้วกัน

พอถึงบ้านแม็คเจ้านี่ก็กอดเจ้าแพรวร้องไห้อีก ความเป็นเด็กยังมีเต็มเปี่ยมเลย แม้ว่าจะลามกไปหน่อยก็ตาม

วันอาทิตย์ คาดว่าบรรดาแฟน ๆ เจ้าเฟรมคงติดตามการดูรีรัน ดูซีดีที่เจ้าไทด์จะมาพูดกับเพื่อน ๆ NaaToy ก็เป็นหนึ่งในนั้น ก็เห็นเจ้าเฟรมสะอึกสะอื้นอีก สงสารอ่ะ ดูซีดีไปก็แอบเช็ดน้ำตาไป เด็กน้อยเอ๊ย

ปกติพอได้รับโจทย์แล้ว เจ้าเฟรมก็จะไปเช็คคีย์ แกะคอร์ด ตามปกติ วันนี้เจ้าเฟรมก็ทำเหมือนเดิม เพลง"เกรงใจ" โคตรมันส์เลย แต่กะปอมน้อยของเราแกะคอร์ดไป ร้องไห้ไป แบบว่า...โคตรเศร้าเลยอ่ะ ได้อารมณ์จริง ๆ เด็กน้อยเอ๊ย เข้าใจอารมณ์เหงาได้เลย อารมณ์ที่จู่ ๆ ก็ขาดคนที่รักไป แต่...วีคนี้วีคแดนซ์นะเฟ้ยเฟรม สู้ ๆ เว้ยเฟรม ได้แต่เชียร์อยู่ที่บ้าน คาดว่าแฟน ๆ คงเอาใจช่วยเจ้าเฟรมเยอะเป็นแน่ มาดูภาพบาดตาบาดใจกันดีกว่า

Friday, September 23, 2011

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) Week 5

วีคนี้เป็นวีคเพลงอกหัก ได้เห็นฝีมือการเทียบคีย์ แกะคอร์ด ทำ Backing Track ของเจ้าเฟรมที่ทำให้กับเจ้าเจมส์ในเพลง "เปราะบาง" ทำให้ NaaToy ชอบเจ้านี่ขึ้นมาอีก 3 เท่าตัว และอาจเป็นเพลงที่เจ้าเฟรมชื่นชอบอยู่แล้วก็ได้ ก็เลยมันส์ในอารมณ์ซะ วีคนี้วงโคตรหล่อถือกำเนิดเกิดขึ้นมา อันประกอบไปด้วย เฟรม เต๋า คชา (เครดิตตามภาพนี่เลย)
เพลงหมู่มวลของวีคนี้ของวงโคตรหล่อคือเพลง "เงียบ ๆ คนเดียว" ส่วนเพลงเดี่ยวเจ้าเฟรมได้เพลง "แพ้คำว่ารัก" แล้ว NaaToy ก็ค่อนข้างชอบเพลงหมู่ของวงโคตรหล่อนี้แต่รองจาก "นักโทษประหาร" ชอบทั้งซ้อมใหญ่กับวันคอนเสิร์ตเลย ว่าแล้วมาลงให้ชมกันซะดีกว่า อ้อ...วีคนี้ คุณครูและใครต่อใคร เริ่มเรียกเจ้าเฟรมเป็นกะปอมแล้ว จากท่าทางที่จุ๊กจิ๊กดุ๊กดิ๊กบนเวทีของเจ้านี่



และต่อไปก็เป็นเพลงเดี่ยว ที่มีเพื่อน ๆ มาเล่นเป็นรีวิวประกอบเพลงให้ แต่ในคอนฯ มีน้องแววคนที่แอบปลื้มพี่เฟรมมาเล่นรีวิวให้ แหม...ก็ชงกันไป แต่ NaaToy ชอบในซ้อมใหญ่มากกว่าในคอนเสิร์ต ว่าแล้วก็ดูกันเลย


Thursday, September 22, 2011

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟ 8) Week4

และแล้ววีคนี้ก็เหลือ 12 นักล่าฝันตัวจริง ตามภาพ (เครดิตตามภาพ) คงจะเดากันออกว่าใครเป็นใคร
เป็นสัปดาห์เพลงของทาทาและพี่แมว (จีระศักดิ์) คือฝ่ายหญิงเป็นเพลงของทาทา ฝ่ายชายเป็นเพลงของพี่แมว เข้าทางเจ้าเฟรมเพราะส่วนตัวเจ้านี่ก็ชอบพี่แมว แนวร็อค อยู่แล้ว แถมยังได้เพลง "นักโทษประหาร" อีกต่างหาก มันส์เขาล่ะ ส่วนเพลงรวมสามคนก็ได้เพลง "ราตรีสวัสดิ์" ออกแนวฮาร์ดร็อคกันเลยทีเดียว มันส์มาก

ภาพในคอนเสิร์ตเลยจ้ะ "ราตรีสวัสดิ์"


ส่วนเพลง "นักโทษประหาร" NaaToy ชอบทั้งตอนซ้อมใหญ่ (ได้ฉายาร็อคตีนกามาจากครูรักซะด้วย) กับในคอนเสิร์ตจริงชะมัด ก็เลยลงทั้งสองตอน เพื่อความสะใจของตัวเอง โดยส่วนตัวชอบเจ้าเฟรมร้องเพลงนี้ที่สุดในรอบสี่วีค มันส์ ได้อารมณ์มาก สมเป็นชาวร็อคจริง ๆ


Tuesday, September 20, 2011

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) Week 3

วีคนี้เท่าที่มอง ๆ เจ้าเฟรมก็ปรากฎว่าค่อนข้างสนิทกับน้องยูกิ สนิทแบบ...เฟรมเอ๊ย ตั้งใจหน่อยซิวะ เดี๋ยวโดนครู ๆ เค้าดุหรอก เรียนร้องก็ไม่เอาเนื้อร้องขึ้นมา ต้องคอยดูกับยูกิ หน้าตาก็สดชื่น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เสียเหลือเกิน เด็กหนอเด็ก

ยิ่งพอขอให้น้องยูกิสอนเต้นเพลง I'm yours หน้าตาก็สุขจริงหนอ ยิ้มได้ยิ้มดี ท่าทางวีคนี้เจ้าเฟรมมีความสุขชะมัด

ช่วงซ้อมใหญ่ได้ดูเพลง "หยุด" เพลงหมู่มวลผู้ชาย ชอบเจ้านี่อีกละ ออกท่าทางได้แรงดี ก็เลยทำให้ดูเด่นโดยปริยาย มาดูกันทีกว่า



แล้วก็มาชอบเพลง "I'm yours" อีก ที่ทำได้ดีอาจเป็นเพราะวีคนี้เจ้านี่มีความสุขล้นเหลือล่ะมั้ง


แต่วันคอนเสิร์ตจริง กลับชอบรันทรูของเพลง "หยุด" มากกว่า แม้มันจะเป็นเบื้องหน้าของเหล่าเทรนเนอร์ และเป็นเบื้องหลังของเจ้าเฟรมก็ตาม แต่มันก็ชัด เด่น มันส์เหลือล้น (โดยเฉพาะช่วง...หยุด...หยุด ตอนท้าย ๆ) ลองดู...


ส่วนเพลง "I'm Yours" เจ้านี่ทิ้งทวนตอนจบไว้ด้วย สร้างสรรค์เหลือเกินเจ้าเฟรมเอ๊ย แต่สนุกสนานดี ชอบ ๆ

Monday, September 19, 2011

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) Week2

วีคนี้เริ่มด้วยจากการที่น้องแววเอื้อนเอ่ยจากซีดี (น้องออกไปวีคแรก) ว่าแอบปลื้มวี 21 เจ้าเฟรมนี่แหละ เลยทำให้ NaaToy จับตามองเจ้านี่ ว่าทำมั้ยเด็กสาว ๆ ถึงชอบเจ้านี่ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเฝ้าจับตามองเจ้าเฟรมเป็นครั้งแรก

พอได้ดูไปเรื่อย ๆ ก็ไอ้เด็กม.ปลายธรรมดา ๆ หน้าสิว ไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากมาย แต่เจ้านี่ธรรมชาติดีชะมัด อยากเล่นดนตรีก็เล่น เล่นเก่งอีกต่างหาก ทั้งกีตาร์ เบส กลอง รอบตัวจริง ๆ แถมแอบมีเสน่ห์อีกทั้ง ๆ ที่หน้าตาก็ธรรมดาสามัญ

ยิ่งพอได้ดูซ้อมใหญ่เพลง "พูดไม่คิด" ร้องกับปู่เต้ เจ้าเฟรมซี้ดอูยตั้งแต่เข้าเพลง แบบ..โคตรตลก แล้วเอ่อ...มันช่างคิดดี ก็เลยยิ่งติดใจเจ้าเด็กคนนี้ขึ้นมาอีก นับตั้งแต่นั้นมาซี้ดอูยก็เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าเฟรมไป

ดูซ้อมใหญ่กันเลยดีกว่า



และแล้วในคอนเสิร์ตก็ออกมาเป็นแบบนี้ สนุกสนานมากมาย

Sunday, September 18, 2011

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) Week1

ซีซันนี้เป็นซีซันที่มีว่าที่นักล่าฝันถึง 24 คนด้วยกัน แรก ๆ ก็จับตาดูแต่น้องทีมกับเจ้าแพรว ก็เลยไม่ค่อยได้สนใจใครมากนัก

ส่วนเจ้าเฟรมมาเข้าเฟรมตอนไหน เมื่อไหร่นั้น มันก็เริ่มมาจากที่เจ้านี่จะต้องมาร้องร่วมกับน้องทีมนี่แหละ


ข้างล่างเป็นภาพการ์ตูน ๆ ของว่าที่นักล่าฝันทั้ง 24 คน วาดโดยหนอนน้อยเจ้าไทด์วี 1 จะเห็นได้ว่า วี 21 ส่อแววลามกได้ขนาดไหน


และภาพบรรดาเหล่าเทรนเนอร์ วาดโดยเจ้าไทด์วี 1 อีกเช่นกัน


มีอยู่วันหนึ่งได้ดูช่วงที่กลุ่มนี้ซ้อมร้องเพลงกับครูก๊องส์ ก็เล็งเห็นเจ้าเฟรมกำลังเรียนกับครู ครูก็แนะนำการร้องนู่นนี่ แต่จากการมองของ NaaToy เจ้านี่ดูจะไม่ค่อยได้ตั้งใจทำตามที่ครูสอนนัก ก็เลยเริ่มที่จะไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

เพลงกลุ่มซ้อมใหญ่เป็นตามนี้



ส่วนคอนเสิร์ตก็เป็นตามนี้

เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด) WorkShop

รอบ Workshop

ยังคงลุ้นน้องทีมเด็กน้อย แต่สุดท้ายเจ้านี่ก็ได้เข้าบ้าน ดีใจ

ส่วนเจ้าแพรว เนื่องจากมาจากสถาบัน จึงไม่ต้องมาชิงรอบ Workshop เข้าบ้านได้เลย ดีใจเหมือนกัน

ส่วนเจ้าเฟรม ใจ NaaToy เอง บอกไม่ค่อยอะไรกับเจ้านี่นัก แต่ดันจำหมายเลขประจำตัวได้เฉยเลย อาจเป็นเพราะเลขจำได้ง่ายด้วยมั้ง A-040

ในใจคิดเจ้านี่ได้ชัวร์ ประมาณว่าไม่ต้องลุ้นกันเลยทีเดียว ถ้าไม่ได้เข้าบ้าน 24 คนนี่ก็ไม่รู้ยังไงแล้ว มาดูการแสดงของเจ้าเฟรม 2 นาทีนี่กันดีกว่า


เจ้าเฟรม กะปอมน้อย (เอเอฟแปด)

หลังจากที่เพิ่งจบซีซั่นไปเมื่อวาน (17 กย. 54) ด้วยเกรงว่าจะลืมเลือนความรู้สึกต่าง ๆ ที่มีต่อซีซันนี้ ก็เลยขอเขียนบันทึกเตือนความจำสักเล็กน้อย

ขอเริ่มตั้งแต่ช่วงออดิชั่นก่อนดีกว่า

เด็กคนแรกที่ติดตามดูเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นเจ้าทีม เด็กน้อยอายุ 15 แต่ตัวโตราวกับอายุสัก 20 ที่เขียร์ก็เพราะความที่เจ้าเด็กคนนี้ตามออดิชั่นเกือบทุกภาค กรรมการคอมเม้นท์อะไร พอภาคต่อไปก็แก้ไขปรับปรุงให้ เห็นถึงความพยายามก็เลยแอบเชียร์เบา ๆ

คนที่สอง เจ้าแพรว เด็กอีสาน ร้องเพลงลูกทุ่งได้โคตรเพราะ ทาทาเชียร์เด็กคนนี้สุดฤทธิ์ ก็เลยรู้สึกว่าอยากติดตามเป็นพิเศษ

อีกคน เจ้าเฟรม คือช่วงนั้นจะดูออดิชั่นภาคต่าง ๆ โคตรเยอะ ออดิชั่นภาคอีสานก็ดูผ่าน ๆ ไป พอได้ยินเสียงเจ้าเฟรมปั๊บ เสียงเจ้านี่ไม่เหมือนคนอื่น น่าฟัง ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองดู นับจากนั้นก็เริ่มจับตามอง แต่น้อยกว่าเจ้าสองคนนั่นเยอะ


 

Friday, April 1, 2011

การออกกำลังกายเสมือนจริง

หลังจากที่ NaaToy หายหน้าหายตาไปนานแสนนาน จากอาการ Failed อะไรบางอย่างในชีวิต ปีใหม่่นี้อาการดีขึ้น ก็เลยได้เวลา UpDate Block กันซะที

พอได้อ่านบทความนี้จาก EzineArticles เช่นเคย ก็เลยได้เจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เยี่ยงนี้ ซึ่งมันอาจไม่ได้แปลกๆ ใหม่ๆ สำหรับคนอื่น แต่สำหรับ NaaToy รู้สึกมันน่าสนใจดีน่ะ อ่านก็เลยก็แล้วกันนะจ๊ะ

คุณอาจเคยได้ยินคำต่อไปนี้ “ออกกำลังกายเสมือนจริง ครูฝึกเสมือนจริง และฝึกส่วนตัวทางออนไลน์?” ดูเหมือนกันนิยายวิทยาศาสตร์ใช่มั้ย? มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมการฝึกส่วนบุคคลเสมือนจริงจึงกลายเป็นทางเลือกโปรดทางหนึ่งสำหรับคนที่กระตือรือร้นในการออกกำลังกายทั่วโลก

1. ประหยัดได้อย่างมากมายมหาศาล เนื่องจากครูฝึกส่วนตัวอยู่ประจำที่ คุณสมบัติและประสบการณ์ของครูฝึก การจ้างครูฝึกส่วนตัวจึงใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก เรารู้กันดีว่าครูฝึกส่วนตัวสร้างทางลัดเพื่อให้เราประสบผลในการออกกำลังกายได้เร็วขึ้น แต่ความจริงแล้ว การจ้างครูฝึกส่วนตัวไม่เหมาะกับงบประมาณของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ดเช่นนี้ ต้องขอบคุณเทคโนโลยี การฝึกเสมือนจริงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้

2. เป็นการออกกำลังกายเฉพาะตัว เราสามารถเลือกโปรแกรมการออกกำลังกายได้หลายรูปแบบ ลดไขมัน เพิ่มความแข็งแรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือผสมผสาน ไม่ว่าคุณโปรดการออกกำลังกายที่ยิมหรือสะดวกในบ้านหรือที่ทำงาน การออกกำลังกายเสมือนจริงสามารถปรับไปได้ตามความต้องการของคุณ นอกจากนี้ การฝึกของคุณยังถูกออกแบบด้วยมืออาชีพและยืนยันผลที่ได้

3. ใช้ได้ง่ายๆ เข้าอินเตอร์เนต ใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าระบบ...ก็แค่นั้น! ง่ายๆ ใช่มั้ย? ใช่!

4. ยืดหยุ่น จะฝึกที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้! ต่างประเทศ? ไม่มีปัญหา เข้าอินเตอร์เนทที่โรงแรมหรือร้านกาแฟ แล้วดาวน์โหลดการฝึกของคุณซะ แล้วคุณก็พร้อมที่จะฝึกต่อไป

5. สนับสนุนและกระตุ้นคุณอย่างต่อเนื่อง ต้องการความชัดเจนในการออกกำลังกาย? ต้องการคำแนะนำด้านโภชนาการ? ไม่มีปัญหา! ครูฝึกเสมือนจริงคอยช่วยคุณอยู่เสมอ ถ้าคุณขาดแรงจูงใจ ครูฝึกเสมือนจริงจะให้คำแนะนำและเคล็ดลับเพื่อทำให้คุณถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น อีกนัยหนึ่งก็คือคุณแค่เพียงอีเมล์หรือโทรหาครูฝึก เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องต่อสู้อยู่เพียงลำพัง

6. เวลาและการเดินทาง ลืมเรื่องการจราจรติดขัดในเมืองเพียงเพื่อพบครูฝึกส่วนตัวหรือเข้าคิวรออุปกรณ์ในยิมไปได้เลย ด้วยการฝึกเสมือนจริงคุณจะประหยัดน้ำมันและเวลาในการเดินทางไปได้

Thursday, April 15, 2010

ไทชิ – อีกวิธีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง

ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของไทชินั้นก็คือการเปลี่ยนท่วงท่าหนึ่งไปอีกท่วงท่าหนึ่ง เป็นการเคลื่อนไหวที่สง่างาม นอกจากจะช่วยให้คุณแข็งแรงแล้ว ยังทำให้คุณสามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้ สำหรับคนที่งุ่มง่ามเงอะงะ (คุณฝรั่งผู้เขียนเขาบอกว่าเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น) สิ่งนี้มีประโยชน์ยิ่งยวดนัก

คุณฝรั่งผู้เขียนเขาบอกว่าแต่ก่อนเขาเป็นคนที่น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เนื้อตัวเผละผละ และในอดีตได้พยายามเลียนแบบนักเทนนิสอากัสซี่ จึงทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถออกกำลังกายประเภทแรงกระแทกสูง (high-impact) ได้ แต่เขาก็ยังอยากจะออกกำลังกายที่ได้ทั้งความสนุกและบริหารร่างกายได้ดีด้วย

ขณะที่คุณฝรั่งผู้เขียนเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังฮ่องกง เขาได้ดูวิดีโอ เห็นวัยรุ่นและคนสูงวัยกำลังฝึกไทชิในสวนสาธารณะ ทำให้เห็นถึงการเข้าสังคมของผู้ที่ฝึกได้อีกทางหนึ่งด้วย

คุณฝรั่งผู้เขียนจึงศึกษาเรื่องนี้ และพบถึงพื้นฐานในการฝึกไทชิ เขาจึงซื้อเพลงจีนมาฝึก เขาได้เรียนรู้ความสำคัญของการวอร์มก่อนที่จะเริ่มต้นฝึกไทชิ มันคล้ายกับการออกกำลังกายที่แต่ก่อนเขาเคยฝึกมา ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเทนนิส วิ่ง และอื่น ๆ

ประโยชน์นั้นเห็นได้ชัด น้ำหนักของคุณฝรั่งผู้เขียนเริ่มลดลงและภายในร่างกายนั้นก็รู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้เขายังรู้สึกสนุกกับการฝึกนี้อีกด้วย ต้องใช้สมาธิต้องใช้เพื่อการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนท่วงท่าให้ถูกต้อง บ่อยครั้งทำให้เขาลืมนึกถึงกีฬาประเภทหนัก ๆ ที่ผ่านมา ไทชินั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบุคคลและสิ่งรอบข้าง ถ้าคุณมีปัญหาทางร่างกาย เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน ปวดขา อื่น ๆ การเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนท่วงท่านั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้

Friday, February 19, 2010

คาเฟอีนกับการออกกำลังกาย

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คุณฝรั่งนักเขียนเค้าแปลกใจที่ไมล์สเพื่อนของเขาบอกว่า ฟิตเนสที่เพื่อนแกเล่นอยู่นั้นแจกกาแฟฟรีเพราะมันช่วยให้คนออกกำลังกายได้ดีขึ้น ตอนแรกคุณฝรั่งคิดว่าเพื่อนพูดเล่น แต่พอได้เข้าไปที่ฟิตเนสแห่งนี้ก็ปรากฎว่ามันเป็นจริง ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ที่ออกกำลังกายบนลู่วิ่ง ยกเวท ปั่นจักรยาน ก็จะดื่มกาแฟไปด้วย ต่างคิดว่ามันช่วยให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น ด้วยความที่คุณฝรั่งแกดื่มกาแฟ แกก็เลยลองดู ทำให้ความคิดของแกเปลี่ยนไป

คุณฝรั่งผู้เขียนพบว่ามีงานวิจัยซึ่งพบว่าการบริโภคคาเฟอีน 100 มก. หรือมากกว่านั้นก่อนการออกกำลังกาย แต่ต้องเป็นแบบอ่อน ๆ ทำให้คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำฝึกได้ดีขึ้น แต่จะไม่เป็นผลกับคนออกกำลังกายเป็นครั้งคราว นักวิจัยตั้งสมมุติฐานว่าคาเฟอีนอาจจะทำให้กล้ามเนื้อหดตัว และไม่เกิดอาการอ่อนล้า แน่ล่ะว่าคาเฟอีนมีผลข้างเคียงอื่นด้วย และใช่ว่าทุกคนจะชอบคาเฟอีน

ด้วยความที่คุณฝรั่งผู้เขียนคนนี้ชอบกาแฟ แกดื่มกาแฟแก่ ๆ สัปดาห์ละ 2-3 แก้วหรือบางครั้งมากกว่านั้น จากนั้นแกก็จะตรงไปฟิตเนส แม้ว่านักวิจัยแนะว่าให้บริโภคคาเฟอีนก่อนออกกำลังกาย 1 ชม. แต่แกไม่เชื่อ กลับดื่มกาแฟก่อนฝึก 10-15 นาทีและค่อย ๆ จิบไประหว่างการฝึก ผลข้างเคียงเดียวที่คุณฝรั่งพบก็คืออาการปั่นป่วนในท้องบ้าง แต่นาน ๆ ครั้ง และต้องไปห้องน้ำบ่อยก็แค่นั้น

แปลและเรียบเรียงจาก EZINEARTICLE.COM

Wednesday, December 30, 2009

การออกกำลังกายกับคนขี้เกียจ

คุณต้องการลดน้ำหนัก แต่...ไม่อยากเลิกดูทีวี ต่อไปนี้เป็นไอเดียการออกกำลังกายที่คุณฝรั่งผู้เขียนอยากจะเสนอให้กับคุณ ๆ

วิธีใหม่ ๆ สำหรับคนขี้เกียจที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีเวลาที่จะฟิตร่างกาย ชาวอเมริกันเค้าสร้างสรรค์วิธีออกกำลังกายทั้งขณะทำงานไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือออฟฟิซก็ตาม

ด้วยการใช้บันไดแทนลิฟต์ในที่ทำงาน หรือจอดรถไกลจากที่ทำงาน อย่างน้อยคุณก็ได้ออกกำลังสัปดาห์ละ 7 วันทีเดียวเชียว

ความปรารถนาที่จะกำจัดน้ำหนักส่วนเกิน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนขี้เกียจลุกขึ้นมาออกกำลังกาย แต่ไม่ใช่ในวิธีทั่วไป เช่น การไปฟิตเนส แต่เป็นการพยายามรวมเอาการบริหารร่างกายที่สามารถทำในชีวิตประจำวันได้

ด้วยการเปลี่ยนกิจกรรมในบ้านให้แตกต่างไป เช่น ขณะดูทีวี เราก็สามารถเดินไปเดินมา หรือวางเก้าอี้ไว้หน้าทีวี ลุกขี้นยืน นั่ง เหมือนกับที่เราฝึก squats ก็ได้

ตั้งโปรแกรมลู่วิ่งเป็นแบบแมนนวล เดินบนลู่วิ่ง ขณะดูรายการโปรดสัก 30 นาที สามารถเบิร์นแคลอรี่ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์

คงไม่มีข้อแก้ตัวต่อไปอีกว่าคุณไม่มีเวลาออกกำลังกาย ลองเอาไอเดียนี้ไปทำกันดู


แปลและเรียบเรียงจาก EzineArticle.com

สิ่งที่คุณไม่ค่อยได้ยินมากนักเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

หยิบหนังสือเกี่ยวกับการบริหารร่างกาย หรือไม่ก็วิดีโอฟิตเนสขึ้นมา คุณจะพบคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการออกกำลัง บางทีก็แถมเรื่องโภชนาการเข้าไปด้วย แต่มีประเด็นหนึ่งซึ่งบ่อยครั้งมักถูกละเลยไป
สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากต่อสุขภาพและการบริหารร่างกายก็คือ...
พร้อมรึยัง???
นั่นก็คือ....การพักผ่อน

เมื่อคณออกกำลังกาย หรือแม้แต่ประกอบกิจกรรมประจำวันอื่น ๆ กล้ามเนื้อจะถูกทำลายและสารพิษก็ถูกสร้างขึ้นมาภายในร่างกาย เห็นได้ชัดจากการออกกำลังกาย เนื้อเยื่อและเส้นใยของร่างกายนั้นถูกทำลายลงไป

ร่างกายไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อ หรือลดน้ำหนัก ได้โดยปราศจากโภชนาการอันเหมาะสม มันต้องการการพักผ่อนเพื่อขจัดสารพิษออกจากร่างกาย และเสริมสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่หลังจากถูกทำลายลงไป

ความเข้าใจผิดประการหนึ่งที่ทำให้หลายคนเลิกออกกำลังกายในระยะเวลาอันสั้น ก็คือพวกเขาเหล่านั้นไม่ยอมให้ร่างกายได้พักผ่อนและเสริมสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่

บางครั้ง ก็มีสาส์นส่งตรงมาจากร่างกาย ในรูปแบบของอาการเจ็บปวด

ส่วนใหญ่แล้ว พวกเราคุ้นเคยกับอาการปวดกล้ามเนื้อจากการใช้งานมากเกินไป เนื่องจากเราไม่ได้ใช้หรือแทบไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นนัก เหล่านักกีฬาทั้งหลายก็ประสบพบเจออาการเช่นนี้เช่นกัน

เนื่องจากความเข้าใจผิด เรายังคงใช้งานมันมากเกินไปเพื่อให้มันฟื้นตัวกับสิ่งที่เราฝึก ถ้าเราออกกำลังอีกก่อนที่มันจะฟื้นตัว มันก็เหมือนกับหนี้สินมันที่มันพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังไม่รับรู้ถึงสาส์นที่ร่างกายแจ้งมา ร่างกายจะเริ่มกลัวสิ่งที่เรากำลังทำ ทำให้อาการเจ็บปวดมากขึ้น และเราจก็ะเริ่มหาข้อแก้ตัวที่จะไม่ออกกำลังกายอีกต่อไป

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้นคุ้นเคยกับสาส์นที่ร่างกายส่งออกมา ขนาดนักกีฬาหก็ยังต้องพักร่างกายบ้างเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง เป็นสิ่งที่ต้องทำ และเพื่อให้การฝึกไม่น่าเบื่อด้วย

ขอให้แน่ใจว่าเราพักผ่อนเพียงพอ และสุดท้าย...อย่าพักผ่อนมากจนเกินไป

แปลและเรียบเรียงจาก EzineArticle.com

Tuesday, December 29, 2009

ออกกำลังกายช่วยลดความเครียด - เรื่องจริงหรืออิงนิยาย

สืบเนื่องจาก หมู่นี้งานเยอะ เครียด ทำให้ไม่มีเวลาออกกำลังกาย (ข้ออ้างชัด ๆ) ก็เลยพาลให้นอนไม่หลับ ท้องผูก
พอให้อ่านบทความนี้ มันเป็นการกระตุ้นเตือนย้ำว่า เราต้องออกกำลังกายได้แล้ว เพราะมันช่วยเรื่องการนอน ท้องผูก แล้วก็ไม่เครียดเรื่องงานที่เราพาลกลับมาคิดต่อที่บ้าน
ก็เลยแปลให้ผู้อ่านได้อ่านกัน คิดว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
และเช่นเคย แปลจาก EzineArticle.com เจ้าเก่าดั้งเดิมค่ะ
ปีใหม่มีนี้ขออวยพรให้ผู้อ่านทุกคนสุขภาพดี แข็งแรง ทั่วถ้วนทุกตัวคน สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ

คุณอาจเคยไปหาหมอ แล้วหมอก็บอกว่าคุณกำล้งเครียด คุณควรทำอย่างไร แก้ไขด้วยวิธีไหน กันดี


คุณอาจจะเคยได้ยินข่าวลือมาบ้างว่า การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียดได้ แล้วคุณจะรู้แล้วอย่างไรล่ะว่ามันจริงหรือไม่จริง

ความเครียดเป็นปัญหาหลักในสังคมเรา ซ้ำยังเป็นโรคหนึ่งซึ่งร้ายแรงสามารถนำไปสู่อาการบาดเจ็บต่าง ๆ รวมทั้งการเสียชีวิตด้วย

เมื่อเราถูกความเครียดรุมเร้านั้น แต่เราก็กลับไม่รู้ถึงวิธีการอันเหมาะสมในการกำจัดมันออกไป

แล้วถ้าเราเริ่มออกกำลังกายล่ะ มันจะช่วยขจัดเจ้าความเครียดออกไปจากร่างกายได้จริงหรือไม่ คำตอบก็คือ “จริง” จริงอย่างแท้และแน่นอนเสียด้วยซิ

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าความเครียดส่วนใหญ่นั้นเกิดจากความกังวล ซึ่งก็จริง แต่ยังเกิดได้จากสาเหตุอื่น ๆ อีกหลายสาเหตุ

การจัดการกับความกังวล เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการกำจัดความเครียดและควบคุมมันให้อยู่ในกำมือของเราได้ และนั่นคือคำตอบว่าทำไมการออกกำลังกายจึงช่วยได้

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่จะทำให้มีสุขภาพดีเท่านั้น แต่มันยังเป็นส่วนสำคัญข้อหนึ่งในการลดความเครียด ซ้ำยังมันนำไปสู่ขั้นตอนอื่น ๆ ได้ต่อไปอีกด้วย

ขณะที่ออกกำลังกาย คุณต้องโฟกัสไปยังสิ่งที่คุณกำลังทำ ด้วยการกระทำเช่นนี้ จิตใจของคุณจึงไม่มีเวลาไปกังวลเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่มันกำลังรบกวนใจคุณอยู่ สมองผลักดันเจ้าความกังวลออกไปและโฟกัสไปที่สิ่งใกล้ตัวแทน ดังนั้น มันจึงขับความเครียดไปจากความคิดของคุณ

และถ้าคุณกำลังเครียดกับสุขภาพของคุณอยู่ล่ะก็ อย่ามัวผลัดวันประกันพรุ่งอยู่เลย รีบ ๆ ออกกำลังกายกันซะ จะบอกให้