Monday, October 26, 2009

China Trip (ตอน 2)

ที่แรกที่เราไปก็คือเมืองเล่อซาน จากโปรแกรมการเดินทางบอกไว้ว่า เมืองนี้มีอายุกว่าหนึ่งพันสามร้อยปี ตั้งอยู่บนแม่น้ำ 3 สาย นั่นก็คือแม่น้ำชิงหยี แม่น้ำหมิน และแม่น้ำตู้ ต้องขึ้นเรือเพื่อไปชม “พระพุทธรูปเล่าซาน” หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า หลวงพ่อโต

จากวิกิพีเดีย บอกไว้ว่า พระพุทธรูปเล่อซาน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขาเล่อซาน เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับ เขาเอ๋อเหมย เมื่อปี พ.ศ. 2539

พระพุทธรูปเล่อซาน มีความสูงกว่า ๗๐ เมตร ไหล่กว้างกว่า ๒๐ เมตร พระเศียรสูงเท่าภูเขา พระบาทวางอยู่ริมแม่น้ำ พระหัตถ์วางบนเข่า พระพักตร์อิ่มเอิบสงบ

พระพุทธรูปเล่อซานเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยราชวงค์ถัง คือคริสต์ศักราช ๗๐๐ กว่าปี เริ่มต้นโดยมีพระชื่อไห่ทงเดินทางมาถึงเสฉวน และพบว่าเขาเล่อซานตั้งอยู่บนทางผ่านของแม่น้ำสามสาย จึงมักเกิดอุบัติเหตเรือล่มทำให้มีผู้คนเสียชีวิตบ่อยๆ พระไห่ทงจึงตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นตรงจุดนี้เพื่อให้พระคุ้มครองแก่ผู้เดินทาง ต่อมา มีชาวพุทธผู้มีจิตศรัทธาใช้ความพยายามและใช้เวลาอีก ๙๐ ปี สร้างพระพุทธรูปองค์นี้จนสำเร็จ พุทธศาสนิกชนจากท้องที่ต่างๆพากันมานมัสการเพื่อความสงบสุขแห่งจิตใจ

พวกเราลงเรือ ขึ้นดาดฟ้าเพื่อชมพระพุทธรูป พากันถ่ายรูปพรึ่บพรั่บ แต่ ณ ที่ดาดฟ้าเรือแห่งนี้ มีรั้วกันไว้ส่วนหนึ่ง ประมาณว่า...เป็นที่หากินสำหรับคนที่หากินกับการถ่ายภาพคนมีเงิน กับมุมสวยของพระพุทธรูปองค์นี้เอง


หลังจากเที่ยวชมการเรียบร้อยแล้ว สมควรแก่เวลาพวกเราก็พากันกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน ไม่งั้นจะเป็นหมีแพนด้าไปเสียก่อน

China Trip (ตอน 1)

สืบเนื่องจากอยากเที่ยวอย่างมากมาย พอมีคนมาชวนไปเที่ยวจีน ยังไม่ถามว่าไปที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ตกลงปลงใจไปด้วยทันที เป็นคนใจง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

จากกำหนดการเดินทางแล้วจึงรู้ว่าตัวเองจะได้ไปที่อุทยานมู่เก๋อฉัว ทะเลสาบ 7 สี ไห่หลัวโกว-สวรรค์ธารน้ำแข็ง และเสริมบารมีกับพระโพธิสัตว์ผู่เสียน ทองคำ 10 เศียร อ่านกำหนดการเดินทางคร่าว ๆ จะจำได้ก็แต่เฉิงตู ภูเขาง๊อไบ๊ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ได้ยินบ่อย พอมีคนมาถามว่าไปไหนบ้าง ก็จะตอบได้แค่ว่าเฉิงตู ง๊อไบ๊ อย่างอื่นจำไม่ได้ อย่ามาถาม

แล้วก็ถึงวันเดินทาง วันที่ 17 ตค. 52 หัวหน้าคณะทัวร์นัดพร้อมกันที่สุวรรณภูมิตอนเที่ยงคืน มันก็คือวันที่ 18 นั่นแหละ แต่มันช่าง โอ้...แม่เจ้า ทำไมมันต้องบินดึกดื่นค่อนคืนขนาดนั้น ไอ้เรารึก็พยายามอย่างยิ่งที่จะนอนช่วงกลางวันเก็บแรงไว้ เพราะกลัวจะไม่มีแรงเที่ยวหลังจากลงเครื่องบิน พอตั้งใจจะนอนมันก็ไม่หลับ ก็ช่างมัน แต่ดีนะ ได้ดูมูยุลตอนจบ แม้มันจะไม่ประทับใจเท่าไรก็ตาม เอ๊ะ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกันเนี่ยะ

คณะทัวร์มีด้วยกัน 23 คน แต่เรารู้จักกับพี่ ๆ อีก 3 คน ก็ไม่เป็นไรเพราะเดี๋ยวมันก็ไปคุยไปรู้จักกันเองแหละ คนเรามันก็ต้องเปิดหูเปิดตากันบ้าง อะไรกันบ้าง

เราต้องนั่งเครื่องไปลงที่เซินเจิ้นก่อน ซึ่งก็โคตรดีเลย์ ก็เอาวะ...ทำไงได้ ก็ทนกันไป พอถึงเซินเจิ้น เราก็ต้องต่อเครื่องไปลงที่เฉิงตูต่ออีก เพราะเครื่องที่มันดีเลย์มาตั้งกะแรก มันก็ต้องดีเลย์กันไปอีก ดีเลย์กันมันส์ไปเลย

ขึ้นรถบัสได้ก็หลับ ๆ ตื่น ๆ เป็นการเที่ยวที่แบบว่า...ตกลงว่าจะมานอนหรือมาเที่ยวกันแน่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

Sunday, October 4, 2009

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 10)

ข้ามมาวีคสุดท้ายเลยแล้วกัน เนื่องจากวีค 10 และ 11 นี้ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไร อย่างว่าคนโปรดไม่อยู่ ดูแค่คลาสครูใหญ่ ซ้อมใหญ่ และคอนเสิร์ตจริงเท่านั้น

วันอาทิตย์มีปาร์ตี้ พยายามดูว่าจะมีเซอร์ไพรซ์อะไรอีกมั้ย ก็เอ่อ...มีอีกอ่ะ มีการนำเอาเด็กที่ออกจากบ้านทั้งแปดคนเข้ามาบ้าน เป็นของขวัญให้เด็กสี่คนที่อยู่ได้มาจนถึงวีคสุดท้าย ส่วนเจ้าอ๊อฟ ตัดผมอีกแล้ว แต่คราวนี้ดูใสกิ๊ง ดูเด็กขึ้นเยอะเลย น่ารักดี

แถมยังมีการให้เด็กนอกบ้านได้เข้ามาอาศัยนอนหลับพักผ่อน ดื่มกิน เล่าเรียนหนังสือหนังหา ในบ้านได้เหมือนกัน แต่...ก็มีการบ้านให้เด็ก ๆ นอกบ้านได้ทำด้วยก็คือ นำเอาเพลงของ “เฉลียง” มาร้อยเรียงในเวลาประมาณ 6 นาที ให้เด็ก ๆ เลือกเพลงเอาเอง ไม่พอ...ยังมีการให้เด็กนอกบ้านแต่งเพลงรุ่นอีกต่างหาก ทำให้ได้เห็นศักยภาพของเจ้าแท๊บบี้ที่แต่งเพลงได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ถึงแม้ว่าจะไม่จบก็ตาม ปรบมือดัง ๆ ให้แท๊บบี้ด้วยจ้ะ

แต่..การบ้านของเด็กนอกบ้านนั้น ต้องปกปิดไว้ไม่ให้เด็กในบ้านรู้เห็น ฉะนั้นเด็กทั้งแปดคนก็เลยต้องไปฝึกซ้อมที่พลาซ่าอันเป็นสถานที่รักของเหล่าเด็กนอกบ้านอีกครั้งหนึ่ง

วีคนี้ก็เลยได้เห็นเจ้าอ๊อฟเล่าเรียนแอคติ้ง แดนซ์ ร้อง อีกครั้งหนึ่ง ชอบเจ้านี่ร่ำเรียนเหลือเกิน มันดูตั้งใจดีมาก ๆ แล้วสิ่งที่แสดงออกมามันก็เลยดูดี ดูเจ๋ง

ดูจากซ้อมใหญ่แล้วเด็กสี่คนในบ้าน เตรียมเพลง ร้องเพลงได้ดีมากทุกคน ด้วยความสัตย์จริง เพราะว่าต่างคนต่างเลือกเพลงที่ชอบ มันก็เลยทำได้เต็มที่

คอนเสิร์ตคราวนี้เลยเป็นโชว์ที่ดีมาก ๆ ทุกคนร้องได้เจ๋งมาก รางวงรางวัลที่จำหน่ายจ่ายแจกก็เป็นที่สมควรแล้ว แถมเจ้าซานิยังได้เป็นนักล่าฝันหญิงคนแรกใน AF อีก เก่งมากเลยน้อง


** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

Friday, October 2, 2009

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 9)

วีคแปด ในคอนเสิร์ตอาต้อย เศรษฐา ประกาศว่าวันอาทิตย์ 2 ทุ่มจะมีการแจกโจทย์ ซึ่งปกติแล้วอาต้อยไม่เคยประกาศเลย ก็สงสัย คิดว่า...ต้องเอาเด็กที่ออกกลับเข้ามาแน่เลย เพราะมัน 6 คนพอดี ร้องเพลงคู่แน่เลย แต่ผู้หญิงมี 7 คน ผู้ชาย 5 คน แล้วมันจะจับคู่กันยังไงล่ะ

2 ทุ่มวันอาทิตย์ มีการแจกโจทย์เพลง Featuring ให้เด็ก ๆ เลือกคนที่จะมา Feat. ด้วยต่าง ๆ นานา สุดท้ายก็เอาเจ้า 6 คนเข้ามา feat. ทำเอาเด็ก ๆ กับคนดูเซอร์ไพรส์กันไป ไอ้เราก็คิดมันคงมันส์กันล่ะงานนี้ เด็กสิบสองคนกลับมาอยู่บ้านเดียวกัน คงยิ่งสนุกกว่าวีคแรกน่ะเนอะ

ปรากฎว่าเด็กที่ออกไปแล้ว ต้องออกไปอาศัยหลับนอนนอกบ้าน นั่นก็คือที่พลาซ่านั่นเอง ไม่ได้เรียนอะไรทั้งสิ้น ห้ามเข้าบ้านอีกต่างหาก คนในบ้านก็ห้ามออกนอกบ้าน จะคุยจะซ้อมกันก็ผ่านกระจกที่คั่นระหว่างตัวบ้านกับนอกบ้านเท่านั้น อะไรมันจะโหดขนาดนั้นหนอ
เจ้าอ๊อฟของเรามาคราวนี้ตัดผมซะหล่อเฟี้ยว หน้าใสกิ๊ง ได้เพลง “อยากรู้แต่ไม่อยากถาม” ร้องคู่กับเจ้านิ อีกเพลง “อย่าทำให้ฉันรักเธอ” ร้องกับเจ้านุกนิก อู้ว์...ยากอีกแล้ว แต่เป็นการมาช่วยเพื่อนร้อง คงไม่กดดันเท่าไหร่ เจ้าอ๊อฟมันก็คึกคักสุดฤทธิ์ ตลกดี วีคนี้กระแสนิชาญแรงสุด ๆ น่ารักน่าลุ้นซะไม่มี

ทีมงานในวีคนี้ครีเอทกันมาก มีการเรียกนักล่าฝันทั้งสองฝั่ง แปะมือกันผ่านกระจก เปิดเพลง “ช่วงที่ดีที่สุด” บิวด์นักล่าฝันซะจนร้องไห้กันสุดฤทธิ์ เลยได้เห็นเจ้าอ๊อฟบอกรักเจ้าที “กูรักมรึงว่ะ” อู้ย...แมนได้ใจอีกแล้วน้องเอ๋ย ต่างคนต่างตาแดง ร้องไห้สะอึกสะอื้น คนดูก็ร้องไห้ตาม มันรักกันดีจริง ๆ นับถือทีมงานจริง ๆ ช่างครีเอทกันนัก

แถมวีคซ้อมใหญ่ ยังมีการแยกห้องซ้อมน้องนอกบ้าน ในบ้าน ให้อยู่คนละห้องอีกต่างหาก เปิดเพลง แล้วตัดภาพเป็นสองจอติดกัน ซ้อมร้องกันไป แหม...นับถือทีมงานวีคนี้จริง ๆ สร้างสรรค์เสียเหลือเกิน คนดูได้แต่อึ้ง เอ่อ...คิดกันได้เนาะ

พอถึงวันเสาร์ น้อง ๆ ก็ได้เจอกันเฉพาะตอนรันทรูเท่านั้น บล็อกก้งบล็อกกิ้งก็งที่เตรียมมาก็ต้องทำให้เสร็จช่วงนั้น เฮ้อ...ทำไมมันทรมานอย่างนี้หนอ ช่างเป็นเกมส์ที่น่าสนุกสำหรับคนดู แต่กับนักล่าฝันแล้ว นึกสงสารจริง ๆ

คอนเสิร์ตจริง ๆ เด็กนอกบ้านส่งให้เพื่อนทำโชว์ได้ดีมากจริง ๆ วีคนี้ดูทุกคนมีความสุขมากมาย กระแสนิชาญยิ่งทำให้มีความสุขเข้าไปใหญ่

เนื่องจาก NaaToy ก็อยู่ในกระแสนิชาญเหมือนกัน ก็เลยขอแปะ MV ของคุณหมาขาวใจดีสักหน่อย ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย MV นี้มันเกินคำบรรยายสำหรับวีคนี้จริง ๆ




ขอเพิ่ม MV ของคุณหมาขาวใจดีอีกเรื่อง แบบว่า...โดนกับเรื่องราวของวีคนี้อีกแล้ว ช๊อบ ชอบ อีกแล้ว ขอบคุณคุณหมาขาวใจดี๊ใจดีค่ะ

Thursday, October 1, 2009

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 8)

วีคนี้เป็นวีคที่บรรดาแม่ ๆ จะเลือกเพลงมาให้ลูก ๆ นักล่าฝันได้ร้องกัน ตอนที่เจ้าอ๊อฟได้เจอแม่ แสดงออกไม่เหมือนใครจริง ๆ กระโดดถาโถมใส่แม่ซะจนแม่แทบหายใจไม่ออก แม่เจ้าอ๊อฟยื่นเพลง “สัญญาเมื่อสายัณห์” ให้ลูกเลิฟร้อง ไอ้เราก็...อ๊อฟมีอะไรให้ลุ้นอีกแล้ววีคนี้ เพลงลูกทุ่งน่ะนะ ไม่หมูนะ เอื้อนแบบลูกทุ่งด้วย ได้เราก็ได้แต่ เฮ้อ...ยากอีกแล้ว

พอดีเสาร์นี้ได้ดูรันทรู เจ้าอ๊อฟร้องเพลงผิดท่อน โอ๊ะโอ๊ย...น้องเอ๊ย คอนเสิร์ตจะเป็นยังไงบ้างเนี่ยะ ชอบให้ตื่นเต้นลุ้นระทึกทุกเสาร์เลยนะน้อง

คอนเสิร์ตจริง น้องเราก็ปากเหวอีกแล้ว พร้อมกับเจ้านุกนิกกับเจ้านิวตี้ ก็คิดอยู่แล้วว่าเจ้านิวตี้ได้แน่นอน แต่ระหว่างนุกนิกกับเจ้าอ๊อฟนี่ซิ ในใจก็ยังเข้าข้างเจ้าอ๊อฟอยู่ แต่คะแนนวีคนี้น้องเราก็ต่ำเสียเหลือเกิน ก็กลัวใจจริงอ่ะ

ผลออกมา น้องเราก็ต้องออกจากบ้าน เอ่อ...น้ำตาคลอเฉยเลย คือเสียดายโอกาส อยากให้น้องได้เรียน พัฒนาตัวเองมากขึ้นกว่านี้เยอะ ๆ วันนั้นกว่าจะนอนหลับก็ตั้งตีสาม มาคิดว่าทำไมฉันต้องอินกับเจ้าอ๊อฟขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะเราติดตามเจ้านี่มาตลอด แล้วเห็นถึงความตั้งใจ พัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยทำให้เสียดายอย่างมากมายที่น้องต้องออกจากบ้าน แต่เกมส์ก็คือเกมส์ ก็พยายามเข้าใจน่ะนะ

วีคต่อมา ติดตามดูเฉพาะคลาสครูใหญ่ ซ้อมใหญ่ และคอนเสิร์ตวันเสาร์เท่านั้น ก็มันไม่สนุกแล้วนี่นา ไม่มีคนที่เราคอยเชียร์ คอยลุ้น คอยดูพัฒนาการในคลาสต่าง ๆ เซ็งจิตสุดฤทธิ์

** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

Wednesday, September 30, 2009

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 7)

วีคนี้โชว์พาวเวอร์ ได้ยินแค่คำว่า “โชว์พาว” เท่านั้น ก็นึกเห็นใจเจ้าอ๊อฟอีกแล้ว ก็นะ...เสียงไม่แข็งแรงที่จะโชว์ได้ขนาดนั้น หนักใจจริง แล้วยิ่งต้องทำเพลงกันเอง คิดโชว์เอง เพราะวีคนี้ถือเป็นการสอบมิดเทอม ต้องคิดโชว์เองจากการที่เรียนกับครู ๆ มาแล้วถึงห้าวีคด้วยกัน ครูจะเข้าอีกก็วันพฤหัสฯ ช่วงซ้อมใหญ่ และจะมาแก้ปัญหาต่าง ๆ นา ๆ ในวันศุกร์ แล้วมันจะทันการณ์มั้ยเนี่ยะ

เจ้าอ๊อฟได้เพลง “แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ” อู้ย...ได้ยินแล้วหนาวจริง ๆ อ๊อฟเอ๊ย...จะทำได้มั้ยเนี่ยะ

วีคนี้เจ้านี่ค่อนข้างมีอะไรกุ๊กกิ๊ก ๆ เยอะอยู่เหมือนกัน ประมาณว่า...แมวไม่อยู่ หนูคงร่าเริง (ล่ะมั้ง) ก็เอ่อ...น่ารักดี ไม่เคยเจอมุมอะไรอย่างนี้จากเจ้านี่มาก่อน แต่ก็มีคิด (ดัง ๆ) ว่า เฮ้ย...ตั้งใจหน่อยซิวะ ลุ้นอยู่นะ กลัวเอ็งตกรอบนะเว้ย

ก็เลยนึกถึงเอเอฟสองที่ต้องลุ้นเจ้าเปรี้ยวอยู่ทุกวีค ยิ่งวีคที่เจ้าเปรี้ยวต้องร้องเพลง “พี่ชายที่แสนดี” เพลงนั้นก็โชว์พาวสุด ๆ เหมือนกัน แล้ว...สองคนนี้มันก็วีสองเหมือนกันอีก แหม...บังเอิญจริง ๆ ที่ต้องมาลุ้นวีนี้อีก

และด้วยวีคนี้ก็เลยทำให้ชอบเพลง “ส่งต่อความรัก” เพิ่มขึ้นอีกเพลง ด้วยความที่ได้ยินเพลงนี้กรอกหูอยู่บ่อย ๆ ความหมายก็ดี น้อง ๆ ตั้งใจร้องกันดีเหลือเกิน เพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงโปรดไปโดยปริยาย

วันเสาร์อีกแล้ว ขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว ส่วนตัวแล้ว NaaToy ก็ว่าเจ้านี่ร้องงั้น ๆ นะ แต่ Commentator ชมว่าร้องได้ดี ก็ดีใจกับเจ้านี่ด้วย ในที่สุดก็ทำให้กรรมการชมได้แล้ว เย้....

แล้วก็ปากเหวเช่นเคย คิดเอาไว้อยู่เหมือนกัน ก็คือถ้าวีคนี้รอด วีคต่อไปก็ปากเหวอีกแน่นอน เพราะคะแนนระหว่างสัปดาห์ค่อนข้างจะต่ำอย่างมากมาย ก็ลุ้นอีกแล้วงานนี้

ผู้ร่วมชะตากรรมปากเหว มีเจ้าซานิกับนุ๊กนิ๊ก NaaToy ก็เฮ้ย...ไปสู้อะไรกับสองคนนั้นได้วะ นุ๊กนิ๊กได้ตุ๊กตาแน่เพราะเพลงมันส่ง ก็เป็นจริงตามคิด คราวนี้ก็มาลุ้น (ประมาณใจเอนเอียง) ก็คิดว่านุ๊กนิ๊กคงคะแนนต่ำมั้ง เพราะว่ายืนปากเหวมาตั้งหลายครั้งแน่นี่ ลุ้นสุดชีวิตจริง ๆ และแล้ว...อีตาอ๊อฟก็รอด โล่งอกเสียเหลือเกิน

อีกอย่างที่ประทับใจในคอนฯนี้ก็คือช่วงที่เพลงธีมจบคอนฯ ไอ้เจ้าอ๊อฟร้องผิดท่อนเฉยเลย แล้วเจ้าแม็คก็ช่วยเพื่อนร้องเพลงท่อนเพื่อนให้ มั่วกันหมด ไอ้เจ้าอ๊อฟเขินก็เดินเตลิดเปิดเปิงกันไป มันก็เอ่อ...น่ารักดีอ่ะ แบบว่ามันคงดีใจที่ไม่มีคนออกบวกกับเขินที่ตัวเองร้องผิด ก็เลยรั่วกันไปเลยทีเดียว ก็ตลกดี น่ารักดี ไปอีกแบบ

แล้ววันอาทิตย์ดูรีรันพร้อมบรรดาครู ๆ คุณครูชมอ๊อฟเกือบทุกอย่างบนเวที ไอ้เราก็ยิ้มหน้าบานพอ ๆ กันเจ้าอ๊อฟเหมือนกัน ดีใจแทนมัน

** ขอบคุณภาพงาม เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 6)

เป็นวีคที่ NaaToy ประทับจิตประทับใจเจ้าอ๊อฟที่สุด ก็เพราะว่าเจ้าอ๊อฟเต้นได้เจ๋งที่สุด เต้นได้แข็งแรงโคตร ๆ เหมือนเห็นเด็กข้างบ้านมันพัฒนาวัน พัฒนาคืน ประมาณว่า...ภูมิใจแทนพ่อแม่ด้วย ทำนองนั้น

วีคนี้เป็นเพลงแดนซ์ เจ้าอ๊อฟได้เพลง “It’s raining men” โอ้...แม่เจ้า เจ้าอ๊อฟต้องเต้นอีกแล้ว แค่ดูตอนซ้อมก็ยังทำได้ดี พัฒนาการด้านเต้นเจ้านี่สุดยอดจริง ๆ เต้นแข็งแรงกว่าวีคเอ็มเจเยอะเลย จากที่เต้นไม่ค่อยเป็น แล้วเต้นได้ถึงขนาดนี้ หูย...นับถือ ๆ วีคนี้เองที่ NaaToy เริ่มจับตามองเจ้าอ๊อฟ แทบจะละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว ชอบในความพยายาม ตั้งใจ อย่างมากมาย ผลงานที่ได้มันก็เลยออกมาดูดี พอเจ้านี่เต้นเสร็จ ก็ได้แต่อู๊ย...เจ๋งอ่ะ เก่งวู้ย เท่ห์ชิบเป๋งเลยอ่ะ

เอ่อ...แล้วเรื่องร้องล่ะ เป็นยังไง กลั๊วกลัวเหมือนวีคเอ็มเจจังเลย

พอถึงวันเสาร์ ขึ้นคอนเสิร์ตจริง ดูจากคะแนนในบ้านก็เสียว ๆ อยู่เหมือนกันว่า เจ้าอ๊อฟจะปิ๋วมั้ยเนี่ยะ ตอนดูโชว์เจ้านี่ มันก็เต้นได้เจ๋งเด็ดมาก เรื่องร้องก็ดีขึ้นเยอะ แต่...ก็ต้องเพิ่มอีกเยอะเหมือนกัน สรุปแล้วชอบโชว์ของเจ้านี่ในวีคนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องร้อง เรื่องเต้น เอนเตอร์เทน มันได้หมดเลย ดูมันมีพลังเยอะดี ดูแข็งแรงดี

แต่...คุณอ๊อฟของเราก็ต้องมายืนปากเหวจนได้ NaaToy ก็ประมาณว่า...เฮ้ย อย่าเพิ่งตกรอบไปก่อนนะเว้ย ยังอยากเห็นแกเรียนดีขึ้นทุก ๆ คลาส แกกำลังมาแล้วนะ อย่าเพิ่งไป ประมาณนั้น เสียว ๆ อยู่เหมือนกัน เพราะสามคนปากเหวเนี่ยะ นิวตี้ได้ตุ๊กตาชัวร์ มีลุ้นก็สองคนอิช์คกับอ๊อฟนี่แหละ ก็ปรากฎว่ารอด เฮ้อ...ดีใจแทนน้องฟ่ะ

** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

Sunday, September 27, 2009

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 5)

วีคนี้เป็นวีคเพลงร็อค เจ้าอ๊อฟได้เพลง “ไม่ต้องการเห็นบางคน (ที่ไม่รักกัน)” ของวง Zeal ร้องบ่อยครั้งเข้า เสียงก็เริ่มแหบ จริง ๆ มันก็เป็นกับเกือบทุกคน

สังเกตดูแล้วทั้ง acting และเต้น เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ พัฒนาดีมากเลยน้อง แต่วีคนี้ร้องไม่ค่อยดี เสียงไม่แข็งแรง แต่การแสดงดี มันขัดแย้งกับสิ่งที่นักร้องควรเป็น

พอถึงวันเสาร์ ลุ้นอยู่ว่าอ๊อฟจะยืนปากเหวหรือเปล่า เพราะความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง แต่วีคนี้อิชย์กลับต้องออกไปเฉยเลย ทั้ง ๆ ที่คะแนนได้บ้านสูงลิบลิ่ว เสียดายแทนน้องจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นการร้อง เต้น แสดง น้องกำลังทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เสียดายโอกาสอย่างมากมาย ไม่สงสัยว่าทำไมเพื่อน ๆ หรือคนดูพากันร้องไห้กันเป็นทิวแถว

** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 4)

และแล้วสัปดาห์ที่สาม สัปดาห์เพลงเอ็มเจ สัปดาห์สุดหิน เจ้าอ๊อฟได้เพลง “Billie Jean” NaaToy ก็ประมาณว่า...โคตรยากเลย ทำได้รึเปล่าวะเนี่ยะ ร้องก็ยาก เต้นก็ยาก อ๊อฟเอ๊ย...เห็นใจจริง ๆ ว่ะ

แล้ววีคนี้ก็เห็นความตั้งใจ ความพยายาม ของเจ้านี่ ทั้งการร้อง การเต้น เจ้านี่ก็ประมาณว่าอินสุด ๆ เหมือนกัน ใส่หมวกทั้งวัน ว่างเมื่อไหร่ก็เต้น มีมูนวอร์คอีกต่างหาก แล้วมันก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แบบ...ไม่น่าเชื่อว่าจากที่เต้นไม่ค่อยเป็น จะเต้นได้ถึงขนาดนี้ ขอชมจากใจ เจ๋งจริง ๆ น้องเอ๋ย

ด้วยเหตุนี้ก็ทำให้ NaaToy นิยมชมชอบเจ้านี่อีกเยอะ ๆ เลย จริง ๆ ด้วยความใจสู้นี่แหละ

วันพฤหัส ครู ๆ ก็ชมถึงความตั้งใจของเจ้าอ๊อฟ รวมถึงการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อีก ดีใจแทนอ่ะ เหมือนเด็กข้างบ้านเรียนเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เลยอ่ะ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้คลิปของป๋าวิทย์ (AF1) สุดยอดของสุดยอดนักล่าฝัน เพลง “Billie Jean” เหมือนกัน (ใน AF1 FriendShip Concert) ป๋าทั้งร้อง ทั้งเต้น ได้เจ๋งเด็ด เปรียบเทียบกับเจ้าอ๊อฟแล้ว เสมือนกับเด็กมหาลัย กับเด็กประถม เพราะป๋าวิทย์แกเจ๋งทั้งร้อง ทั้งเต้น อยู่แล้ว แต่อ๊อฟของเราเพิ่งมาฝึกไม่กี่วันเอง แค่นี้ก็เจ๋งแล้วอ๊อฟเอ๋ย

ก็เลยแปะคลิปไว้ด้วย เพราะส่วนตัว NaaToy ชอบป๋าวิทย์มากมาย ขออนุญาตเจ้าของคลิปและขอบคุณมาพร้อมกันนี้ด้วยเลยค่ะ ขอบคุณอย่างแรงค่ะ





** ขอบคุณรูปสวย ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 3)

สัปดาห์ที่สองกับเพลง “หยุด” ตัดมาที่วันพฤหัสเลยแล้วกัน อย่างว่า...ยังไม่ค่อยสนใจเจ้าอ๊อฟเป็นพิเศษ NaaToy ชอบข่วงประชุมครูเป็นพิเศษ คอยดูว่าบรรดาครู ๆ จะวิจารณ์ลูกศิษย์แต่ละคนว่ายังไงกันบ้าง มาถึงวีสองก็ประมาณว่า...เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกคลาส แถมเสน่ห์มีมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก ก็เลยเริ่มสนใจอ๊อฟเพิ่มขึ้นอีกนิดส์นึง

พอถึงช่วงซ้อมใหญ่ อ๊อฟก็ออกมาโชว์ลีลาเพลง “หยุด” ร้องสบาย ๆ ดี ก็ดูน่ารักดีน่ะนะ แหม...มีการส่ายสะโพก ด้วย แต่ใช่ว่าจะมั่นใจในลีลานั้น มีอาการเขินอายบ้าง ด้วยการหันหลังส่าย NaaToy ก็ เฮ้ย...แน่ใจหันหน้ามาซิวะ แต่...ไม่มีค่ะ เนื่องจากเจ้าอ๊อฟแกขี้อายเสียเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อ

จนครูรักต้องสอนวิธีที่ใช้กับรุ่นพี่หลาย ๆ คนในหลาย ๆ รุ่น ประมาณว่า...มีเชือกผูกไว้ที่เอวน่ะ จินตนาการว่าเชือกนั้นผูกติดกับสาว ๆ ไว้ด้วย แล้วต้องหมุนให้สาว ๆ เข้ามาหาเราให้มากที่สุด เจ้าอ๊อฟก็ลองทำดูแบบเขิน ๆ น่ะ มันก็น่ารักดีน่ะนะ ครูรักก็ลองให้คิดว่าสาวคนนั้นคือแท๊บบี้ แล้วก็ดึงเจ้าแท๊บบี้เข้ามาให้ได้ แรก ๆ มันก็ได้แค่วงเล็ก ๆ น่ะ ไม่ถูกใจครูใหญ่ แกก็แนะว่าดึงสาว ๆ มาให้ได้หมดฮอลล์เลย เจ้าอ๊อฟก็ทำอีก วงใหญ่ขึ้นแต่ยังไม่ถูกใจครูรักอีก แกว่าได้ไม่กี่คนเอง โถ...คุณครู แค่นี้เจ้าอ๊อฟมันก็เขินสุดชีวิตแล้ว ดูแล้วตลกดี แต่ครูแดนซ์กลับชอบ บอก..น่ารักดี ถูกใจทั้งครูรี่ และครูไผ่ แหม...ดีใจแทนอ๊อฟจริง ๆ นะ ที่ครูสาว ๆ ชอบ


วันเสาร์มาถึง NaaToy ก็ลุ้นอีก ตกลงว่าเจ้าอ๊อฟจะหันหลังหมุนอีกรึเปล่า เอ่อ...เป็นจริงอย่างที่คาด ไม่แน่จริง ไม่กล้าหันหน้ามาหมุน เหมือนซ้อมใหญ่กันไป แต่ก็...สนุกดี

** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **


Saturday, September 26, 2009

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 2)

แล้วก็มาถึงสัปดาห์แรกของการเข้าบ้าน อีกเช่นกัน เจ้านี่ไม่ได้อยู่ในสายตาเล้ย ที่เด่น ๆ ก็จะมีเจ้าซานิ กฤษณ์ อิชย์ นิวตี้ นุ๊กนิ๊ก กุญแจซอล แม็ค แท๊บบี้

และแล้วก็มาถึงวันพฤหัส ซึ่งเป็นวันซ้อมใหญ่ เจ้าอ๊อฟต้องมาโชว์ในเพลง “ใจกลางความเจ็บปวด” NaaToy นั้นไม่เคยเห็นเจ้านี่ซ้อมร้องมาก่อนเล้ย หรือ...ไม่อยู่ในสายตาก็ไม่รู้ ดูเจ้านี่เป็นครั้งแรกก็เอ่อ...ร้องงั้น ๆ แต่สุดท้ายมีปล่อยมุกด้วยการร้องไห้ ตอนเกือบ ๆ จะจบเพลง หันหลังปาดน้ำตา หันหน้ามาจะร้องเพลงต่อ ก็ร้องไม่ได้ น้ำตามันจะไหล ก็หันหลังไปปาดน้ำตาอีก จนเพื่อน ๆ ช่วยกันร้องจนจบเพลง หูย...น้องเอ๊ย ร้องไห้ได้แมนมาก ประมาณว่า... ตอนจบอินไปกับเพลง เห็นหน้าเพื่อน ๆ คิดว่าวันเสาร์เพื่อนออกไปคนนึง คำว่า...อ้างว้าง มันโดน ก็เลยร้องไห้ วันนั้นเจ้าอ๊อฟก็เลยได้ใจ NaaToy ไปเต็ม ๆ คอยลุ้นว่าวันเสาร์จะร้องไห้หรือเปล่าว้า

แต่...บอกตรง ๆ เลยว่า รุ่นนี้เก่งกันทุกคนเลย ไม่มีใครร้องเพี้ยนจนเว่อร์เหมือนบางรุ่นเลย ก็ประทับใจอยู่เหมือนกัน

จากนั้น NaaToy ก็เริ่มจับตามองเจ้านี่ ด้วยความนิ่ง ๆ แต่ในคลาสก็มีการเสนอความคิดเห็น ตอบคำถาม บ้างอะไรบ้าง แต่กลับดูดีเว้ยเฮ้ย ยิ้มก็โคตรเท่ห์เลย ซึ่งปกติ NaaToy ก็ชอบคนนิ่ง ๆ แต่ดูดีอยู่แล้วด้วย เหมือนเจ้ากู๊ดเอเอฟห้า เจ้ากู๊ดก็นิ่ง แต่พอยิ้ม หูย...มันจะน่ารักได้อะไรขนาดนั้น

พอถึงคลาสครูใหญ่ (คลาสโปรด) ครูรักให้เด็ก ๆ พูดถึงเพื่อน ๆ หะแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอครูรักพูดประมาณว่าเจ้านี่เป็นผู้ชายที่กุญแจซอลพูดและมองหน้ามากที่สุด ประมาณว่ากจซ.ให้ความสนิทใจกับผู้ชายคนนี้มากกว่าคนอื่น ๆ แถมเจ้านิวตี้ก็ยังบอกว่าชอบที่จะแกล้ง ตุ้บตั้บ ผู้ชายคนนี้ แล้วก็เพิ่งมารู้จากคลาสนี้เองว่าเจ้านี่ชอบทำอาหารด้วย และด้วยความที่หน้าตากับทรงผมดูเซอร์เซอร์ เหมือนเฉินหลง ก็เลยเริ่มจะสนใจเจ้าอ๊อฟขึ้นมานิดส์นึง ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เค้ย..ไม่เคยจะสนใจอะไร้เลย

วันเสาร์ก็ตั้งหน้าตั้งตาลุ้นว่า เจ้าอ๊อฟมันจะร้องไห้อีกหรือเปล่าว้า... ลุ้นจริง ๆ กลัวว่าน้อยจะคุมไม่ได้ แต่ก็รอดมาได้


** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพค่ะ **

ว่าด้วยเรื่องของหอมชีส......(ตอน 1)

สืบเนื่องจากเรื่องที่แล้วได้เกริ่นไว้ว่าจะเล่าขานเรื่องราวคนโปรดของ NaaToy สักกะหน่อยนึง ชาญณรงค์ หอมชิต (อ๊อฟ) นั่นแหละ

เริ่มแรกที่ได้ดูการถ่ายทอดสดการคัด 12 คนเข้าบ้านน่ะ อ๊อฟเป็นคนแรกสุดที่ครูเป็ดประกาศว่าได้รับการคัดเลือกเป็นนักล่าฝันคนแรก ยังจำได้ที่ว่าก่อนครูเป็ดประกาศ มีการชมเจ้านี่ประมาณว่าอ๊อฟมีความเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่พยายามเต้น พอครูเป็ดจะประกาศว่าเข้ารอบหรือเปล่า เจ้านี่ก็ประมาณว่าลุ้น ก็เงยหน้ามองเพดาน แทนที่จะมองคนพูด จนครูเป็ดบอกให้มองแก เอ่อ...มันก็ตลกดี คนมันกำลังลุ้น กำลังตื่นเต้นน่ะเนอะ พอประกาศว่าได้เจ้าอ๊อฟก็กระโดดดีใจสุดฤทธิ์ มือไม้เหมือนตำครกอะไรสักอย่าง เข้าใจว่าดีใจน่ะ แล้วตอนหยิบแผ่นป้ายเลือกเบอร์ เจ้านี่ก็ทำเหมือนเล่นเกมส์โชว์อย่างไงอย่างงั้น มีการให้คนดูช่วยเลือกด้วย เอ่อ...ตลกดีว่ะ

แต่ NaaToy ไม่ได้ประทับจิตประทับใจอะไรเจ้านี่มากมาย เนื่องจาก ไม่เห็นจะมีวี่แววมาก่อน (ประมาณว่าม้ามืด คล้าย ๆ กับเจ้าที) หน้าตาก็งั้น ๆ กรรมการเลือกมาได้ไง ยิ่งพอเห็นว่ามีป้ายไฟมาเชียร์อีก แรกสุดนึกว่ามาเชียร์อ๊อฟศุภณัฐ แต่อ๊อฟไม่มานี่นา ก็คิดไปอีกว่าโห...ลงทุนเฟ้ย ในใจกลับหมั่นไส้ตั้งกะแรกด้วยซ้ำ


นับตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา เจ้าชาญณรงค์ หอมชิต ก็กลายเป็นอ๊อฟวีสอง เอเอฟหก ไปในที่สุด

** ขอบคุณภาพงาม ๆ จากเจ้าของภาพ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

** สำหรับบางคนที่ไม่ได้ติดตามเอเอฟหกแล้วล่ะก็ ที่เรียกเจ้าอ๊อฟว่าหอมชีสสสส..นั้น มันมาจากการเพี้ยนเสียงของคำว่า "หอมชิต" ซึ่งเป็นนามสกุลเจ้านี่นั่นเอง **

เอเอฟหก

สืบเนื่องจากหนีไปติดเอเอฟหกนานถึงสามเดือน ข่าวสารบ้านเมืองแทบจะไม่รู้ ละคงละครก็ไม่ได้ติดตาม แทบไม่ได้ออกกำลังกายอีกต่างหาก เนื้อตัวอืดถืดไปหมด จบซีซั่นชีวิตกลับมาเป็นปกติเหมือนเคย

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ถึงจะมีกะจิตกะใจเข้ามาเขียนอะไรต่อมิอะไร เนื่องจากความขี้เกียจติดตามตัวตลอดเวลา ตอนนี้จะพยายามค่อย ๆ ดึงมันออกไปทีละนิด ๆ

แต่อย่างว่า ขอเขียนเรื่องราวเหล่านี้เกี่ยวกับเอเอฟหกก่อนแล้วกัน มันเป็นเรื่องราวที่ NaaToy รู้สึกสบายใจดี ก็เลยขอเขียนเก็บไว้หน่อยนึง

เริ่มเลยแล้วกัน...สุดยอดนักล่าฝันปีนี้ก็เป็นไปตามที่หลายคนเก็งไว้ เจ้าซานินั่นเอง เจ้านี่เก่งไปหมดทุกอย่าง สมควรแล้วน้อง สมควร ถ้าไม่ได้ที่หนึ่งรายการนี้ก็แย่แล้ว ยิ่งได้ดูในคอนเสิร์ต ถึงแม้จะดูทีวีก็ตาม แต่หนูนิก็เจ๋งสุดยอดจริง ๆ ร้องเพลงแบบเพลิน ๆ สบาย ๆ เหมือนเพลงร้องง่าย ๆ เจ๋งมาก กับเจ้าแอนอีกคน ร้องเพลงลีลาท่าทางสวยงามไปหมด ชอบมากมาย สมควรแล้วที่ได้เป็นที่หนึ่งและที่สอง ดีใจด้วยจริง ๆ

แต่สองคนนี้กลับไม่ใช่นักล่าฝันคนโปรดของ NaaToy แต่เป็น...วีสอง ชาญณรงค์ หอมชิต (อ๊อฟ) นั่นเอง ติดตามต่อไปแล้วกันว่า ทำไม NaaToy ถึงได้ชื่นชมเจ้าอ๊ออฟเป็นพิเศษ


** ขอบคุณภาพงาม ๆ เครดิตตามภาพเลยค่ะ **

Wednesday, August 5, 2009

ความดันโลหิตสูง(2)

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่มีอาการ
ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว โรคไตวาย และโรคอัมพาต ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ การตรวจวัดความดันสม่ำเสมอจะช่วยวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก และการควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติ ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยจะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น


จะทำอย่างไร..เมื่อรู้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง
การรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่เริ่มเป็น หรือระดับความดันโลหิตยังสูงไม่มาก จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งถ้าหากผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ความดันโลหิตกลับมาอยู่ในระดับปกติได้ (ความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท) โดยไม่ต้องอาศัยการรับประทานยา

หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความดันโลหิตสูง

1. ลดน้ำหนัก : ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่น้ำหนักเกิน หรืออ้วน การลดน้ำหนักลงจะได้ประโยชน์ในการลดความดันโลหิตมาก การลดน้ำหนักลง 10 กิโลกรัม จะลดความดันโลหิตได้ 5-20 มิลลิเมตรปรอท ความจริงแล้วผลดีอื่นๆ ที่ได้จากการลดน้ำหนักมีมากกว่าการลดความดันโลหิต เช่น ป้องกันการเกิดเบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น ควรควบคุมไม่ให้ดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 25 กก./ตรม.
*** ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร) ***

2. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม : เมื่อได้รับ "เกลือ" หรืออาหารรสเค็มต่างๆ ร่างกายจะดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เป็นผลให้ปริมาณสารน้ำในร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้นและควบคุมได้ยาก ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม โดยไม่เติมเกลือน้ำปลาหรือซีอิ๊วในอาหารอีก นอกจากนั้นควรงดผงชูรสหรืออาหารที่มีผงชูรสอยู่มากด้วย เนื่องจากผงชูรสมีเกลือโซเดียมเช่นกัน ไม่แนะนำให้ใช้เกลือเทียม เช่น เกลือโปแตสเซียมแทนเกลือแกง เนื่องจากเป็นอันตรายได้ในผู้ที่มีไตเสื่อม อาหารที่แนะนำนอกจากไข่เค็มแล้วควรจะเป็นอาหารที่พลังงานต่ำ และมีไขมันจากสัตว์น้อย เพิ่มการรับประทานปลาแทนเนื้อหรือหมู และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงต่างๆ ขนมหวาน เน้นผักและผลไม้ที่ไม่หวานจัดแทน

3. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ :การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ครั้งละ 20-30 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตลงบ้างแล้วยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักได้ง่าย ไขมัน คอเลสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้น จิตใจแจ่มใส สำหรับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก หรือผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย หากท่านไม่สามารถจัดเวลาเพื่ออกกำลังกายได้ แนะนำให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ท่านทำอยู่แล้วแทน เช่น ใช้การเดินขึ้นบันไดแทนลิฟท์ เดินไปตลาดหรือทำงานบ้านด้วยตนเอง

4. งดบุหรี่:การสูบบุหรี่มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วขณะ แม้ว่าการเลิกบุหรี่อาจไม่มีผลลดความดันโลหิตในระยะยาว แต่ไม่สูบบุหรี่จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจ ถุงลมโป่งพอง มะเร็งอีกหลายชนิด และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของคนใกล้ชิดอีกด้วย

5. ลดแอลกอฮอล์: แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยๆ อาจช่วยเพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิดดีได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ดื่มเนื่องจากผลเสียของการดื่มแอลกอฮอล์มีมากกว่าผลดี อย่าเชื่อโฆษณาที่แนะนำให้ดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ หากท่านดื่มอยู่แล้ว ก็ควรจำกัดปริมาณให้น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิตและลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่หากหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ การรักษาโรคโดยการใช้ยาเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอหลังจากที่ทราบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง(1)

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ ที่ ๆ NaaToy ทำงานมีการบรรยายเรื่อง "เพื่อสุขภาพความดันที่ดีกว่า" ฟังแล้วมันน่าสนใจดี เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง ก็เลยหาข้อมูลเป็นภาษาไทยมาให้อ่านกัน เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงโทษของโรคนี้ เรื่องราวนี้นำมาจาก http://www.bangkokhealth.com/ ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

ภาวะความดันโลหิตสูง พบได้ประมาณ 10% ของประชากรทั่วโลก เป็นภาวะเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทยและสามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีการง่ายๆ

อย่างไรจึงจะเรียกว่าความดันโลหิตสูง
โดยปกติผู้ที่อายุไม่ถึง 40 ปี ความดันโลหิตไม่ควรเกิน 140/90 มม.ปรอท ค่าความดันตัวบนอาจจะเพิ่มขึ้นตามอายุ จะทราบค่าความดันโลหิตตัวบนปกติของแต่ละอายุได้ โดยนำจำนวนอายุมาบวกกับ 100 โดยทั่วไปความดันตัวบนไม่ควรเกิน 160 มม.ปรอท และความดันตัวล่าง (ในผู้ใหญ่) ไม่อายุเท่าไหร่ก็ตามไม่ควรเกิน 90 มม.ปรอท

อาการสำคัญที่พบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง คือ
- ปวดศีรษะ มึนงง โดยทั่วไปจะปวดบริเวณท้ายทอย และมักจะเป็นในตอนเช้า ถ้าความดันโลหิตสูงมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะมีอาการคลื่นไส้ และตามัวร่วมด้วย ในบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย
- เหนื่อยง่าย เนื่องจากหัวใจต้องทำงาน
- เลือดกำเดาออก

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีความดันโลหิตสูงแล้วไม่รักษาหรือรักษาและปฏิบัติตัวไม่สม่ำเสมอ
- สายตาเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว หรือตาบอด หลอดเลือดในตาอาจตีบตันหรือแตกมีการตกเลือดในตาหรือบวมในชั้นตาที่รับภาพ
- อาการทางสมอง หลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาจชักหรือไม่รู้สึกตัว และอาจเกิดอัมพาตถ้ารักษาไม่ทัน
- หัวใจล้มเหลว จากการที่กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานมากขึ้น จึงทำให้หัวใจโต เกิดอาการเหนื่อย หอบหายใจลำบาก โดยเฉพาะทางกลางคืน และภาวะความดันโลหิตสูงทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อขาดเลือดจนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
- ไตพิการ หรือไตอักเสบ เกิดอาการบวม

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจะมีชีวิตยืนยาวได้เช่นคนปกติหรือไม่
สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงไม่มาก และได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกต่อเนื่อง และปฏิบัติตัวอย่างสม่ำเสมอโดยยังไม่มีภาวะหัวใจโต หรือกล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น ไม่มีภาวะไตวาย และหลอดโลหิตยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนักมีโอกาสจะมีชีวิตยืนยาวได้เช่นคนปกติ แต่ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงแล้วควรได้รับดูแลการรักษาอย่างต่อโดยแพทย์เฉพาะทางมิเช่นนั้นแล้ว โอกาสที่จะมีชีวิตยืนยาวย่อมน้อยลง